Overhaul การโอเวอร์ฮอลเครื่อง

Overhaul หรือ โอเวอร์ฮอล ทับศัพท์เป็นคำที่ใช้กับเครื่องยนต์มาช้านาน แปลเป็นไทยว่ามันคือการยกเครื่องทำให้เครื่องยนต์กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง เหมือนตอนที่เป็นป้ายแดงเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการยกเครื่อง แต่ถ้าไม่หลีกเลี่ยงอาจต้องทำหรือมีทางเลือกอื่นและจะมีสัญญาณเตือนให้เราโอเวอร์ฮอลเมื่อไหร่?

โอเวอร์ฮอล

คำว่า โอเวอร์ฮอล หรือการยกเครื่องนั้น จะกระทำก็ต่อเมื่อ ความเสียหายของเครื่องยนต์ถูกวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า มีชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ (ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) เกิดความเสียหาย ซึ่งจำเป็นจะต้องทำการรื้อเครื่องออกมาให้เห็นชิ้นส่วนภายใน ว่าขิ้นส่วนไหนเสียหายบ้าง

อาจจะเป็นลูกสูบ แหวนลูกสูบ ชาฟท์ แบริ่ง อื่นๆ โดยเมื่อรื้อภายในเครื่องยนต์ออกมา แล้วทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นๆ หรือถ้าเครื่องยนต์ที่ใช้งานมานาน มีความสึกหรอในหลายๆ ชิ้นส่วน หรือทุกส่วน ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน และประกอบกับเข้าไปใหม่

หลายอาการตั้งข้อสังเกตว่าการยกเครื่องจะทำให้เราต้องยกเครื่องเครื่องยนต์ ตัวอย่างเช่นควันสีขาวจากท่อไอเสียเมื่อเร่งความเร็ว เป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าเครื่องยนต์อาจหลวม หรือการเร่งความเร็วการขับขี่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากเร่งไม่ขึ้นรถไม่วิ่งเข้าใกล้เหมือนเดิม เครื่องร้อนไม่สามารถรักษาได้อย่างไร สุดท้ายที่จะวิเคราะห์คือการวัดกำลังอัด แต่ทั้งหมดนี้หมายความว่าส่วนประกอบอื่น ๆ ของเชื้อเพลิงอากาศยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง

สรุปได้ว่าการยกเครื่องคือการรื้อเครื่องยนต์ เพื่อดูชิ้นส่วนภายในจากนั้นเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นทั้งหมดแล้วประกอบใหม่จนกว่าเครื่องยนต์จะสดเหมือนที่เคยออกจากโรงงาน

โอเวอร์ฮอล

โอเวอร์ฮอล

Overhaul or transliteration overhaul is a term used with engines for a long time. Translated into Thai that it is an overhaul, making the engine look like new again. Like when it was red, it was believed that no one wanted to interfere with the overhaul. But if not avoided, may we have to do it, or is there an alternative, and when will there be a warning signal to overhaul us?

The word overhaul or that overhaul Will only act if Engine damage was analyzed as There are parts inside the engine. (That can not be seen with the naked eye) damage Which need to be dismantled to see the internal parts What parts are damaged?

It may be pistons, piston rings, schafts, bearings, etc. When dismantling the engine inside. Then change the parts Or if the engine has been in use for a long time There is wear and tear on many parts, or all parts need to be replaced. And add to it.

Several symptoms noted that overhauling would require us to overhaul the engine. For example, white smoke from the exhaust pipe when accelerating. It is one observation that the engine may become loose. Or the acceleration of the driving speed has changed dramatically, not accelerating, the car does not run closer to the same How does a hot appliance cure? The last one to be analyzed is the measurement of the compressive strength. But all of this means that all the other components of the air fuel are still working properly.


In conclusion, overhaul is the dismantling of the engine. To see the interior parts, then replace them all and reassemble until the engine is as fresh as it used to leave the factory.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

รถดับ สตาทไม่ติด

รถดับ สตาทไม่ติด คงเป็นเรื่องที่หงุดหงิดปวดขมับไม่น้อยหากว่าเช้านี้คุณมีภารกิจจำเป็น ต้องรีบบึ่งรถคู่ใจไปยังที่ทำงานให้ทันเวลา แต่ทว่ารถเจ้ากรรมดันทำผิดสตาร์ทไม่ติดเอาเสียได้ งานนี้คงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยทิ้งรถไว้บ้านและใช้บริการแท็กซี่คงจะสะดวกที่สุด แต่ทว่าเมื่อกลับมาคงต้องมาปลุกปล้ำกันอีกทีเพื่อหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้รถคุณสตาร์ทไม่ติด แน่นอนหลายคนคงจะตั้งป้อมให้กับปัญหานี้ไปที่เจ้าแบตเตอรี่ตัวดีแน่ๆ แต่ทว่าถ้าแบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนไปหมาดๆ ล่ะ แล้วสาเหตุจะเกิดจากอะไรได้บ้าง วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ มาแนะนำคุณผู้อ่านกัน

หลังจากแน่ใจว่าแบตเตอรี่ก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่ ขั้วแบตเตอรี่ไม่มีปัญหา แต่ทว่ารถสตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิมอยู่ดี ก็ให้ลองกดแตรรถดูและฟังเสียงว่าดังเป็นปกติหรือไม่ หากฟังดูแล้วเสียงแตรเบากว่าปกติ ก็จะชี้ชัดปัญหาลงไปได้ว่าเกิดจากแบตเตอรี่อ่อนไฟไม่พอ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากคุณอาจเผลอเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ วิธีแก้ไขเบื้องต้นให้ลองพ่วงแบตเตอรี่แล้วลองสตาร์ท ซึ่งหากเป็นเกียร์ธรรมดาก็ต้องขอแรงคนรอบข้างช่วยเข็นและสตาร์ทดู หากสตาร์ทติดแล้ว ก็อย่าดีใจรีบดับเครื่อง ให้ขับรถไปเรื่อยๆ สักพัก เพื่อให้แบตเตอรี่ได้ชาร์จไฟเพื่อใช้สตาร์ทครั้งต่อไปด้วยครับ

มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม หากรถยนต์ของคุณเกิดอาการดับสนิท สตาร์ทไม่ติดเลย แม้ว่าจะลองพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วก็ยังสตาร์ทไม่ติด ให้ลองเช็คที่แผงหน้าปัดไฟดู หากหน้าปัดไฟติด แต่สตาร์ทรถไม่ได้หรือมีเสียงแชะๆ ก็อนุมานได้เลยว่า มอเตอร์สตาร์ทอาจมีปัญหา ซึ่งก็มีอยู่หลาย ๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทขาด, สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์อาจชำรุด หรือแปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์สตาร์ทหมด กรณีนี้ขอแนะนำให้แจ้งอู่ซ่อมรถที่คุณใช้บริการเป็นประจำมาตรวจเช็คจะดีกว่าครับ

ไดชาร์จเสีย ซึ่งหน้าที่หลักคือปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และหากรถคุณดันแจ็คพ็อตเจอกับปัญหาถ้าไดชาร์จเสียเข้าพอดี ก็จะไม่สามารถปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้ เมื่อแบตเตอรี่ไม่มีไฟก็ส่งผลทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด สำหรับวิธีการเช็คว่าไดชาร์จเสียหรือไม่ ก็สามารถทำได้ด้วยการติดเครื่องยนต์ (พ่วงแบตเตอรี่) แล้วถอดขั้วแบตฯ ออก หากเครื่องยนต์ดับแสดงว่าไดชาร์จลาโลกแน่นอน แต่ถ้าถอดขั้วแบตเตอรี่แล้ว เครื่องยนต์ยังคงทำงานปกติ แสดงว่าไดชาร์จยังปกติครับ

รถดับ สตาทไม่ติด

รถดับ สตาทไม่ติด

It would be frustrating and aching in your temples if you had a mission this morning. Need to hurry and direct his car to the office in time But the damn car made a mistake, could not start This job will have to solve the immediate problems. Leaving the car at home and using a taxi would be the most convenient. But when you come back, you’ll have to wrestle again to figure out what is keeping your car from starting.

Of course, many people would have fixed this problem on the good battery. But if the battery has just been replaced with a damp cloth, what can be the cause? Today we have good information. Let’s introduce you readers.

After making sure that the battery was just replaced. Battery terminals are not a problem. But the car does not start as usual Try to press the car horn and listen to the sound that is normal or not. If that sounds, the horn is lighter than usual. It will clearly point out that the problem is caused by a low battery, not enough

power. This could be caused by you may accidentally leave the electrical equipment in your car. Basic solutions try to attach the battery and try to start. In which if it is a manual gear, then you have to ask for some effort for people around you to help push and start If it starts Don’t be happy, hurry to turn off the engine Keep driving the car for a while so that the battery can be charged to start the next time as well.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การเลือกผ้าเบรคที่ดีกับรถคุณ

การเลือกผ้าเบรคที่ดีกับรถคุณ การเลือกผ้าเบรคที่ดีกับรถคุณผ้าเบรกเป็นชิ้นส่วนที่เมื่อคุณมีรถสักคัน ใช้ไปสักระยะหนึ่งคุณต้องหันมาให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะอาการ เบรกลึก เบรกไม่อยู่ เป็นสัญญานเตือนว่าคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนผ้าเบรกมักเกิดเป็นคำถามขึ้นอยู่ในหัวตลอด เลือกยี่ห้อไหน เกรดอะไรดี บางครั้งเราซื้อแพงสุดไม่ใช้ว่าจะดีจะคุ้มค่าเสมอไปนะครับ วันนี้Lenso wheel จะพาทุกท่านไปรู้ลึกถึงความแตกต่างของเบรกชนิดต่างๆ

1. ผ้าเบรคในผ้าเบรคมีส่วนผสมของ Asbestos (กลุ่มผ้าเบรค Standart)
เป็นผ้าเบรคเอนกประสงค์ ใช้งานง่ายและสะดวกเหมาะสำหรับใช้ในรถยนต์ที่ไม่ค่อยใช้ความเร็วสูง ผ้าเบรคในกลุ่มนี้ราคาอาจไม่สูงมาก และสามารถใช้งานได้ดีในช่วงตั้งแต่ความเร็วต่ำกริปเบรกแน่นมากและค่อนข้างเรียบและไม่กินหรือขูดกับจานเบรก

แต่ข้อเสียคือฝุ่นจากผ้าเบรกอาจพ่นออกมาในอากาศได้ หรือสร้างความสกปรกให้กับล้อรถซึ่งผ้าเบรกในกลุ่มนี้ไม่เหมาะกับการใช้เบรกแบบหนัก ๆ ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องบ่อย ๆ เนื่องจากผ้าเบรกในกลุ่มนี้เมื่อมีความร้อนสะสมมาก? ประสิทธิภาพจะลดลงหรือหากความร้อนสะสมในผ้าเบรกมากจนไม่สามารถคลายออกได้ในช่วงเวลานั้น เหรอ? อาจส่งผลให้เบรคซีดในระบบเบรค

ผ้าเบรคในผ้าเบรคที่ไม่มีส่วนผสมของสาร? ใยหิน (ผ้าเบรคกึ่งโลหะ)
ผ้าเบรคในกลุ่มนี้อาจดูแล้ว มีความพิเศษกว่าในกลุ่มแรก แต่แน่นอนว่ามูลค่าของราคาอาจจะสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งผ้าเบรกในกลุ่มนี้ผ้าเบรกจะไม่ผสมกับ Asbestos แต่จะผสมโลหะต่างๆในผ้าเบรก .. ผ้าเบรคในกลุ่มนี้เหมาะที่เราจะใช้กับรถที่เน้นความเร็วสูงแบบไหน. และต้องใช้เบรกบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเนื่องจากผ้าเบรกสามารถรองรับงานหนักและทนความร้อนได้สูงกว่าแบบแรก

แต่นอกจากข้อดีที่เห็นได้จากความแตกต่างของผ้าเบรกในกลุ่มนี้ยังมี ข้อเสียของตัวเองเช่นผ้าเบรคในกลุ่มนี้ ในช่วงเวลาที่เบรกเย็นอาจไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เบรกอาจลื่นหรือลื่นต้องรอให้อุ่นหรือมีความร้อนสะสมเล็กน้อยความสามารถในการเบรกจะสูงขึ้น สิ่งที่แตกต่างอีกอย่างคือผ้าเบรกมีความทนทานสูง แต่อาจส่งผลเสียต่อจานเบรกซึ่งอาจทำให้เบรกสึกเร็วหรือมักสร้างรอย ที่จะเกิดขึ้นกับดิสก์เบรก

การเลือกผ้าเบรคที่ดีกับรถคุณ
การเลือกผ้าเบรคที่ดีกับรถคุณ

Brake pads are the parts that when you have a car. Use it for a while, you have to turn to focus. No matter how deep the brakes are, the brakes are not present as a warning that you need to replace the brake pads. When it

comes time to change the brake pads, the question is always in our head. Which brand to choose, what grade is good? Sometimes we buy the most expensive, not good, it is always worthwhile.Today, Lenso wheels will take you to know the nuances of different brakes.

1. Brake pads in the brake pads contain Asbestos (brake pads Standart) – A versatile brake pad. Easy and convenient to use, suitable for use in cars that rarely use high speed. Brake pads in this group, the price may not be very high. And can work well in the range from low speed. The brake grip is very tight and quite smooth and does not eat or scrape the brake discs .. but the disadvantage is that dust from the brake pads may spray out into the air. Or create dirt on the wheels, which brake pads in

Brake pads in brake pads that do not contain additives? Asbestos (semi-metallic brake pads)
Brake pads in this group may already be viewed. Is more special than in the first group But of course the value of the price may be higher accordingly. The brake pads in this group will not be mixed with Asbestos, but will be mixed with various metals in the brake pads .. Brake pads in this group are suitable for us to use with any kind of high-speed vehicle. And need to use the brakes frequently continuously

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

DC2

ในช่วงนี้สำหรับ Honda รถบ้านเราอีกรุ่นที่มาแรงพอ ๆ กับ Honda Civic EK9 คงไม่ผ่านกับ Honda Integra DC รถสปอร์ต 2 ประตูในยุค 90 ที่ดีหลายคนซื้อ จัดเก็บและนำมา มาปั้นอีกครั้งแม้ว่า Integra DC2 จะถูกแทนที่ด้วย Integra DC5 ที่ใหม่กว่า แต่ก็ยังมาพร้อมกับ K20 ที่ทรงพลัง แต่รูปลักษณ์และความลึกลับนั้นต้องยอมรับว่า

ในบางวิธี Integra ยังถือว่าน่ากลัวทีเดียว ประกอบกับราคา “คุ้มค่า” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ วันนี้ BoxzaRacing จะมี Honda Integra จาก Monkey Garage

ที่มาพร้อมความเรียบและลงตัวที่รถใหม่บางรุ่นเห็นแล้วต้องชิดซ้าย ในส่วนของรายละเอียดของ Integra DC2 คันนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

DC2

สำหรับเจ้า Honda Integra DC2 ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยส่วนมากแล้วจะไม่ใช่รูปร่างหน้าตาอย่างที่เราเห็น แต่จะเป็นโฉมตัวไฟกลม เช่นเดียวกับฝั่งอเมริกานั่นแหละครับ ซึ่งสำหรับขาซิ่งในประเทศไทยนั้นส่วนมากจะอิงการแต่งรถไปในแนว JDM หรือตามประเทศญี่ปุ่นกันซะมากกว่า ดังนั้น DC2 บ้านเราจึงนิยมแปลงเป็นหน้า Type R กันไปซะเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

DC2

At this time, for Honda, another car that is just as powerful as the Honda Civic EK9 would not be able to match the Honda Integra . Store and bring Shaping up again, although the Integra DC2 has been replaced by the newer Integra DC5, it still comes with a powerful K20

but the look and the mystery have to admit that in some ways the Integra is still quite terrifying. Together with the

“good value” price, it is another interesting option.

Today BoxzaRacing will have a Honda Integra from Monkey Garage that comes with the smoothness and fit that some new cars have to see and have to keep left. For details on what this Integra DC2 is going to be like, let’s go and see.

For the Honda Integra that are sold in Thailand, most of them are not the appearance as we see. But will be a round light body appearance The same is true for the American side.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

DC5

DC5 Honda Integra ตำนานรถสปอร์ตคูเป้จากค่าย Honda ถือได้ว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งในและต่างประเทศแถมยังถูกนำมาใช้ในการแข่งกันอย่างแพร่หลายในการแข่งขันเกือบจะทุกประเภท มีเรื่องราวให้สาวกได้พูดถึงอยู่เสมอๆ ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตคูเป้ที่ค่อนข้างแปลกตา และเห็นแล้วต้องมองเหลียวหลัง ผมว่าก็ไม่แปลกอะไรเพราะ Integra DC 5 ได้ทำการ Minorchange จากโฉม Generation 4 ที่ทำขึ้นระหว่างปี 2002-2006

ภายนอกที่เห็นสะดุดตาก็คือชุดพาร์ท MUGEN รอบคันแท้หมด และปรับโคมไฟหน้าจากมีจุดย้อยใต้ไฟทั้งสองข้างเรียบเป็นเส้นตรง ไฟท้ายปรับปรุงเพียงเล็กน้อย จากเดิมมีจุดย้อยใต้ไฟท้ายทำให้เป็นเส้นตรง และกระจกมองข้างตัดแสง MUGEN AQUACLEAN ส่วนภายในรถ ใช้พวงมาลัย MUGEN RACE 3 คู่กับเบาะ MUGEN S1 ส่วนคอพวงมาลัยประกบเบาะ หัวเกียร์หนังหุ้มเบรกมือ แป้นเหยียบ เกจ์วัดและ HOOD METER เป็นของ MUGEN ทั้งหมด

ทางด้านเครื่องยนต์ ช่วงล่างและระบบเบรกยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่คันที่เห็นอยู่นี้จัดไปชุดใหญ่ไฟกะพริบไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับรถสปอร์ตคอมแพ็คคูเป้ 2 ประตู เป็นแบบเครื่องยนต์วางหน้า ใช้เครื่องยนต์ K20A DOHC i-VTEC 4สูบ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 220 แรงม้า

ความจุ 1,995 CC ขนาดลูกสูบxช่วงชัก 86.0×86.0 มม. กำลังอัด 11.5 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ให้กำลังสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิด 206 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที ระบบวาล์วแปรผันทำงานที่ 6,000 รอบ/นาที รอบสูงสุดที่ 8,400 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และชุดคลัตช์ ORC

ทั้งหมดเป็นข้อมูลการโมดิฟายในสไตล์เรซซิ่งของ Honda Integra DC5 ที่ยังเป็นรถรถในดวงใจของใครหลายๆ คนที่อยากจะได้มาครอบครอง ที่ทางนิตยสาร C max Car นำมาฝากยั่วน้ำลายสายซิ่งกันครับ.

DC5
DC5

DC5 Honda Integra, the legendary sports coupe from Honda, can be considered a very popular car. Both home and abroad, it has also been used in most competitions in most types of competitions. There are always stories for the disciples to talk about

. With the look of a sporty coupe that is quite unusual And seeing and having to look back I don’t think it’s weird because Integra DC 5 is a minorchange of Generation 4 models that were created between 2002-2006.


The noticeable exterior is the full MUGEN parts around the car, and the headlights are adjusted from the sagging points under the lights on both sides of a straight line.

Tail lights improve a little. Originally, there were sag points under the tail lights making it a straight line. And side mirrors with MUGEN AQUACLEAN light cut. The interior of the car uses the MUGEN RACE 3 steering wheel with MUGEN S1 seats. Leather gear shift knob, handbrake, pedals, gauges and HOOD METER are all of MUGEN.

On the engine side Suspension and brakes have not changed.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เมื่อรถยางแตก

เมื่อรถยางแตก ควรทำอย่างไรสวัสดีเพื่อน ๆ สำหรับผู้ใช้รถหลายคนในเมืองร้อนไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าอันตรายจากยางแตกขณะขับรถใช่ไหม? แม้ว่ารถยนต์รุ่นใหม่จะมีระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ แต่อุบัติเหตุจากยางระเบิดก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นช่วยในการตรวจเช็คลมยางทำให้ไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์ยางแตกซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อยางแตกบนท้องถนนจริงๆอย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่พี่มีแนะนำคือเพื่อน ๆ ต้องเป็น มีสติและควบคุมรถที่กำลังขับอยู่

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ยางแตก”?

 เสียงที่จะเตือนเพื่อนของคุณยางแตกมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ แบบหนึ่งเพื่อน ๆ อาจได้ยินเสียงดังระเบิด และพบว่ารถสั่นทั้งคันหลังจากนั้นเพื่อน ๆ อาจได้ยินเสียงลมพุ่งออกจากยางและในที่สุดเพื่อน ๆ อาจจะได้ยินเสียงวิ่งของยางแบนที่วิ่งอยู่บนถนน

ยางแตกแล้วทำไงต่อ?

เมื่อยางโผล่ขึ้นมาในขณะที่รถเคลื่อนที่คุณจะรู้สึกได้ว่ารถช้าลง จากนั้นรถจะส่ายไปทางซ้ายหรือขวาขึ้นอยู่กับว่ายางแตกด้านใด หากเป็นยางล้อหน้าเพื่อน ๆ จะรู้สึกถึงแรงเสียดทานที่พวงมาลัย ถ้าเป็นยางหลัง. ผู้โดยสารสามารถรู้สึกได้จากที่นั่งอย่างไรก็ตามยางแตกที่ล้อหน้าหรือล้อหลัง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติเหมือนกันในทั้งสองกรณี

ควรขับรถอย่างไรเมื่อยางแตก?

 ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเมื่อยางแตกผู้ขับขี่ควรปฏิบัติดังนี้ (1) จับพวงมาลัยให้แน่น (2) อย่าเหยียบเบรกกะทันหัน (3) ชะลอความเร็วด้วยตัวเอง (4) เมื่อรถมีความเร็ว ถึงระดับที่ปลอดภัยแล้วให้เลี้ยวและจอดข้างทางและ (5) เปิดไฟกะพริบฉุกเฉินเพื่อแจ้งให้รถคันอื่นทราบว่ารถมีปัญหา

หลังจากนั้นเพื่อน ๆ ควรลงจากรถเมื่อเห็นว่าตัวเองปลอดภัยจากการจราจรโดยรอบ หากมีกรวยถนนอยู่ใกล้ ๆ เพื่อนของคุณควรปิดกั้นเพื่อไม่ให้รถคันอื่นรู้และไม่วิ่งชนเพื่อน ๆ ควรเปลี่ยนยางเองก็ต่อเมื่อเรารู้วิธีและมีความชำนาญเท่านั้น ไม่งั้นโทรเรียกช่างมาเปลี่ยนจะดีกว่ามาก และอย่าลืมว่าทุกครั้งที่เดินทางโดยเฉพาะการเดินทางไกลเพื่อน ๆ ควรมียางอะไหล่ติดรถไว้เสมอ รวมถึงเครื่องมือและคู่มือในการเปลี่ยนยางสำหรับในกรณีที่ยางแตกกลางทางที่หาไม่ได้ในบริเวณใกล้เคียงใช่และเพื่อน ๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนยางด้วยตัวเอง

เมื่อรถยางแตก
เมื่อรถยางแตก

Hello friends. For many motorists in the heat of town, nothing is more frightening than the danger of a broken tire while driving, right? Although the new cars have an automatic tire pressure monitoring system. But the accident from a rubber explosion still happened anyway. And more modern technology helps to check the tire pressure, making it rarely a tire break incident, which makes the driver not know what to do when the tire really breaks on the road. However, the first thing that I have suggested is that my friends must be there. Mind and control the car that is driving.

How do we know that “Broken tires”?

  A sound that warns your friend. There are three types of broken tires: one. Friends may hear a loud explosion. And they found that the car was shaking the whole car, after which they could hear the wind coming out of the tires and finally they could hear the running sound of the flat tires running on the road.  

The tire is broken, what do you do next?

  When the tire pops up while the car is moving, you can feel the car slow down. The car then shakes left or right depending on which side of the tire. If it is a front tire, your friends will feel the friction on the steering wheel. If it is a rear tire Passengers can feel it from the seat, however, the tires break on the front or rear wheels. In both cases, drivers must do the same.  

How should I drive when the tires are broken?

  As recommended by experts, when the tires are broken, the driver should do the following: (1) hold the steering wheel firmly (2) do not press the brakes suddenly (3) slow down by yourself. (4) when the vehicle has speed To a safe level, turn and park sideways, and (5) turn on the flasher to notify other vehicles of a problem.  

After that, your friends should get off when they see that they are safe from the traffic around them. If there are road cones nearby, your friend should block it so that other cars don’t know it and don’t run into it. Otherwise, call a technician to change it is much better. And do not forget that every time you travel, especially long journeys, your friends should always have a spare tire attached to the car. Including tools and manual for tire changing in case of a broken tire that cannot be found nearby, yes, and friends need to change the tire yourself.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ Overheat

เครื่องยนต์ Overheat เข้าสู่หน้าร้อน ยิ่งอากาศร้อน คนก็ยิ่งกลัวว่าเครื่องยนต์รถจะ Overheat… ซึ่งความเข้าใจรูปแบบนี้ ขอบอกก่อนเลยนะครับว่าผิดมากๆ เพราะการที่รถจะ Overheat เกิดจากการที่รถถูกใช้งานหนักเกินไป หรือระบบระบายความร้อนมีปัญหา สภาพอากาศอาจส่งผลอยู่บ้างแต่ก็น้อยนิดครับ ด้วยการนี้ไม่อยากให้ผู้อ่านเข้าใจอะไรผิดๆ จึงอยากหยิบยกเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับอาการ Overheat ของรถยนต์ ตั้งแต่ต้นเหตุ อาการและการรับมือ ให้ทุกคนได้รู้ลึก รู้จริง อย่างไร้ข้อสงสัยใดๆไปเลยครับ

เครื่องยนต์ของรถยนต์ต้องการพลังงานความร้อนในการขับเคลื่อนซึ่งต้องมีความร้อนคงที่หากเครื่องเริ่มร้อนเกินไปวาล์วหม้อน้ำและพัดลมจะทำงานเพื่อลดอุณหภูมิของเครื่อง ซึ่งหากระบบควบคุมอุณหภูมิของรถเสียรถยนต์ก็จะเหมือนคนวิ่งเร็ว แต่เหงื่อไม่ออกไม่ระบายความร้อนเครื่องจะน็อค

  1. วาล์ว
    ความผิดปกติเช่นค้างหรือไม่ยอมเปิดทำให้น้ำหล่อเย็นไม่ไหลเวียนและไม่สร้างความร้อนจากระบบเครื่องยนต์
  2. หม้อน้ำ
    น้ำหล่อเย็นหม้อน้ำแห้งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่นท่อยางเสื่อมสภาพรั่วตามรอยต่อรั่วที่หม้อน้ำเองฝาหม้อน้ำเสียหาย. หรือรั่วที่เครื่องยนต์
    นอกจากนี้อาจมีปัญหาหม้อน้ำแข็ง อาจเกิดจากท่อหรือหม้อน้ำเก่าที่เป็นสนิมหรือน้ำหล่อเย็นที่ไม่สะอาด มีตะกอนอุดตันในระบบหม้อน้ำ รวมถึงการใช้หม้อน้ำที่ไม่ได้สัดส่วนกับเครื่องยนต์ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้ที่ปรับเปลี่ยนขนาดของเครื่องยนต์โดยไม่สนใจระบบระบายความร้อน
  3. พัดลม
    จะมีพัดลมติดอยู่ที่บริเวณหม้อน้ำ ซึ่งเมื่อพัดลมทำงานผิดปกติหรือหมุนเบา ๆ อาจทำให้เกิดปัญหากับระบบระบายอากาศได้ โดยเฉพาะในขณะเร่งความเร็ว

5ขั้นตอนง่ายๆในการแก้ขัดอาการ Overheat

  1. เมื่อสังเกตว่ารถสตาร์ท Overheat ให้นำรถไปจอดข้างทางปิดแอร์รอให้ความร้อนบรรเทาลงก่อนแล้วจึงดับเครื่อง
    คำเตือนอย่าดับเครื่องยนต์ทันที เนื่องจากเมื่อเครื่องยนต์ร้อนมากโลหะจะยืดตัวสูง หากเครื่องยนต์ดับกะทันหันโลหะบางส่วนจะหดตัวและทำให้วาล์วโก่งหรือฝาสูบหรือเครื่องยนต์อาจล้มเหลว
  2. แต่ถ้าเครื่องนอนปิดแอร์ซัก 10 นาทีแล้วเครื่องยังไม่เย็นลง แสดงว่าหม้อน้ำหรือวาล์วมีปัญหาให้ดับเครื่องยนต์ทันที
  3. เปิดหม้อน้ำโดยหาผ้าหนา ๆ แช่น้ำให้ชุ่ม วางลงไปที่ฝาหม้อน้ำวางมือบนผ้าโดยมีฝาหม้อน้ำอยู่ด้านล่าง ค่อยๆคลายฝาหม้อน้ำทีละนิด ปล่อยให้แรงดันไอน้ำค่อยๆระบายออก จนกว่าแรงดันจะหมดจึงคลายออกจนสุดจับฝาหม้อน้ำยกขึ้นเพื่อดูน้ำภายในหม้อน้ำ
    คำเตือนอย่าเติมน้ำทันที ต้องรอให้เครื่องเย็นก่อนจึงจะเติมได้ไม่เช่นนั้นฝาก็งอทันที รวมทั้งอย่าสัมผัสหม้อน้ำหรือฝาหม้อน้ำโดยตรงเพราะมันร้อน
  4. ค่อยๆเติมน้ำในหม้อน้ำทีละนิด จัดหาน้ำใหม่ที่ผสมแล้วกับน้ำเดียวกันในระบบ สำหรับการระบายความร้อนคุณต้องใจเย็น ๆ ค่อยๆใส่ทีละนิดจากนั้นรอประมาณ 30-60 วินาทีจากนั้นเพิ่มอีกเล็กน้อยรอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเต็ม
เครื่องยนต์ Overheat

Overheat engine

Enter the summer The more hot People are even more afraid that the car engine will Overheat … In which this kind of understanding P’Mee, let me tell you first that it’s very wrong. Because the car Overheat is caused by the car being overloaded or the cooling system problem. Weather conditions may affect some but a little. With this, you do not want the reader to misunderstand anything. Therefore would like to bring up interesting stories about Overheat symptoms of cars. Since cause Symptoms and Coping for everyone to know in depth and without any doubt.

A car’s engine requires thermal energy to drive, which needs to be constant heat.If the engine starts to get too hot, the radiator and fan valves will work to reduce the engine temperature. If the temperature control system of the car is broken, the car will be like a speeding person. But the sweat won’t cool, the machine will knock.

  1. Valve
    An abnormality such as hanging or refusing to open causes the coolant not to circulate and not generate heat from the engine system
  2. Radiator
    Coolant Radiator dries. This could be due to a number of reasons. For example, the rubber hose has deteriorated, leaked along the leakage joint on the radiator itself, damaged radiator cap. Or a leak at the engine. In addition, there may be a problem with the ice pot. This could be caused by rusty old hoses or radiators or unclean coolant. There is sludge clogged in the radiator system. This includes the use of a disproportionate radiator for the engine, which mostly happens to people who modify the engine’s size by ignoring the cooling system.
  3. Fan
    has a fan attached to the radiator area. Which when the fan malfunctions or spins gently, it can cause problems with the ventilation system. Especially while accelerating

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขับ มีประโยชน์จริงหรือ?

การวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขับ มีประโยชน์จริงหรือ? สตาร์ตรถทิ้งไว้ คือเรื่องที่คนขับรถหลาย ๆ คน ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ด้วยความเข้าใจว่าเป็นการช่วยรักษาเครื่องยนต์ให้เสื่อมสภาพช้าลง

เฉพาะในตอนเช้าก่อนออกจากบ้านผู้ใช้รถบางคนอาจเลือกที่จะเปิดรถทิ้งไว้ 5 นาทีหลังจากจอดไว้ทั้งคืน ด้วยความเข้าใจว่า Warm up เครื่องยนต์สิ่งนี้จะช่วยให้น้ำมัน และของเหลวอื่น ๆ ในระบบกระจายไปยังส่วนต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน และยังดีต่ออุณหภูมิของหม้อน้ำอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีข้อมูลมากมายที่ระบุว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนขับขี่ไม่มีประโยชน์สำหรับรถยนต์ที่มีระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด (รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตหลังปี 1995 เป็นต้นไปใช้ระบบนี้) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือรถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องสตาร์ทเพื่ออุ่นเครื่องก่อนขับรถอีกต่อไปข้อยกเว้นอาจเป็นเพียงแค่รถยนต์ที่ใช้งานในสภาพอากาศหนาวจัดเท่านั้น

แนะนำให้ทำการวอร์มเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ในอดีตที่ยังคงใช้เทคโนโลยีการจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ซึ่งรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบันไม่ใช้ระบบนี้ในขณะที่รถยนต์รุ่นใหม่มีเครื่องยนต์ใหม่และใช้ระบบหัวฉีดที่สามารถกระจายน้ำมันได้ทุกจุดอย่างรวดเร็วด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของน้ำมันเครื่องในปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีคุณสมบัติในการปกป้องเครื่องยนต์ที่ดีขึ้นกว่าในอดีต

ในขณะเดียวกันอาจกล่าวได้ว่าในสภาพอากาศของไทยที่ร้อนจัดคุณไม่ต้องกังวลกับการรอให้เครื่องยนต์มีความเร็วที่เหมาะสมก่อนขับรถ ต่างจากประเทศในยุโรปที่อากาศหนาวมากในรถที่มีหิมะปกคลุม ซึ่งการทำให้เครื่องยนต์อุ่นก่อนการขับขี่อาจมีความจำเป็น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขับขี่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน แต่เพื่อรักษาเครื่องยนต์วิธีการขับที่ถูกต้องคือเมื่อสตาร์ทรถแล้วในช่วงแรกรถไม่ควรเร่งรอบหรือเร่งเครื่องยนต์เร็วมากโดยขับด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในช่วง 1 แรก -2 กิโลเมตรเท่านั้นถือเป็นการวอร์มเครื่องยนต์ไปในตัว

สรุปได้ว่าหากต้องการสตาร์ทรถเพื่อวอร์มเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 5 นาทีก็ไม่ผิด แต่อาจจะเป็นการสิ้นเปลืองแก๊สสำหรับรถยนต์สมัยใหม่ แต่หากรถของคุณเป็นรถเก่าที่มีเครื่องยนต์เดิม ๆ ก็อาจเป็นวิธีที่ช่วยรักษาเครื่องยนต์ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือใหม่ควรปฏิบัติตามคู่มือสำหรับรถแต่ละคัน น่าจะเหมาะสมที่สุด

การวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขับ มีประโยชน์จริงหรือ?

การวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขับ

Warm up the engine before driving. Is it really useful? Start the car, leave it. Is what many drivers do on a regular basis. With the understanding that it helps to slow down the engine aging.

Only in the morning before leaving the house, some drivers may choose to leave their cars open for 5 minutes after they have parked all night. With the understanding that Warm up the engine, this will help the oil. And other liquids in the system distributed evenly to different parts. And it’s also good for the temperature of the radiator.

However, there is a lot of information currently available to state that starting the engine before driving is not useful in vehicles with an injection fuel system. (Most cars manufactured after 1995 onwards use this system.) In other words, most cars today. There is no longer a need to start to warm up before driving, the exception can be cars used in very cold weather.

Engine warm-up is recommended for cars in the past that still use carburetor fuel delivery technology. Today’s conventional cars do not use this system, while newer cars have new engines and use an injection system that can quickly distribute oil at every point at the right temperature.

In addition, the current oil factor has been developed to provide better engine protection properties than in the past.

At the same time, it can be said that in extremely hot Thai weather, you don’t have to worry about waiting for the engine to reach the right speed before driving. Unlike European countries where it is very cold in a snowy car. Which warming the engine before driving may be necessary.

However, even if warming up the engine before driving is not a necessity in today’s cars, But to maintain the engine, the correct driving method is that when the car has started, the car should not accelerate or accelerate the engine very quickly by driving at a speed of no more than 60 kilometers per hour during the first -2 kilometers only. Go inside.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

ทำสีรถ และระบบสีต่างๆ

ทำสีรถ และระบบสีต่างๆเลือกสีอย่างไรให้ได้สีรถยนต์อยู่ทนอยู่นานไม่ซีด

สำหรับคนที่ใช้รถมาหลายปี ต้องมีฝ่าฝนโดนแดดหรือขับชนกันมาบ้าง จนมีรอยแตก รอยปริ ที่ทำให้สีรถหลุดลอกออกไป กลายเป็นรถไม่น่ามอง คงมีความคิดอยากเปลี่ยนโฉมรถคู่ใจให้ดูใหม่ เช่น การทำสีรถ ไม่ว่าจะเฉพาะจุดหรือทำสีใหม่รอบคัน แต่อาจกังวลว่า ทำสีรถใหม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วจะได้สีเดียวกับสีเดิมหรือไม่

สีรถที่เราทำมาใหม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน? ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสีวิธีการทำความสะอาดสีแลคเกอร์สี แต่โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ได้นานถึง 5 ปีซึ่งการทำสีใหม่ที่อู่ทำสีทั่วไปจะไม่ทำสีรถใหม่จากโรงงานเนื่องจากระบบทำสี ที่ต่างกัน

 โดยทั่วไปการทำสีรถจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทประเภท 1K, แบบ 2K และแบบ OEM สำคัญ
  1. 1K หรือสี 1 Komponent จะประกอบด้วยตัวสีเพียงอย่างเดียว แต่หากนำมาใช้จะผสมกับตัวทำ (ทินเนอร์) ก่อนเพื่อความสะดวกในการพ่นสีหลังพ่นแล้วตัวจะออกไปทิ้ง แต่ตัว สีที่แห้งแล้วซึ่งตัวสี 1K มีทั้งแบบสีแห้งเร็วและแห้งขึ้นอยู่กับชนิดของสี 1K ได้แก่
    1.1 สี 1K ซินเทติกอีนาเมลหรือสีน้ำมันเป็นสี 1K แบบแห้งตัวช้าโดยจะทำกับลมในอากาศแล้วสีแห้งไป
    1.2 สี 1K ไนโตรเซลลูโลสเป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็วโดยตัวทำค (ทินเดอร์) จะถ่อยตัวทำให้สีแห้งเร็ว
    1.3 สี 1K อะคริลิคเป็นสี 1K แบบแห้งตัวเร็วโดยตัวทำค (ทินเดอร์) จะทำตัวให้สีแห้งเร็ว

2. 2K หรือ สี 2 Komponent จะเป็นระบบแบบสีแห้งช้า และมีแตกต่างจากสีแบบ 1K ตรงที่มีองค์ประกอบที่ 2 คือ สารเร่งปฎิกริยา ไม่ว่าจะเป็น Hard หรือ Activator ซึ่งจำเป็นต้องผสมทั้ง 2 องค์ประกอบอย่างสมส่วนและลงตัว และสี 2K ยังได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการพ่นสีรถใหม่ เพราะ มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และให้คุณสมบัติเทียบเคียงกับสี OEM ที่มีจากโรงงานมากที่สุด

3. สี OEM หรือที่เขาเรียกว่า สีอบ คือสีที่ใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ สีชนิดนี้จะแห้งตัวโดยการการอบที่อุณหภูมิสูงประมาณ 120-160 องศาเซลเซียส จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสีอบ สี OEM เป็นสีที่มีคุณภาพดีมาก โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีความแข็งแรงของชั้นฟิล์มสีสูง 
  • มีความทนทานต่อตัวทำละลายเช่นทินเนอร์ หรือน้ำมันเบนซินและดีเซลได้ดีมาก 
  • ทนทานต่อสารเคมีต่างๆ เช่น น้ำมันเบรก ได้ดี 
  • ทนทานต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่ซีดจางง่าย
  • มีความคงทนสูงและคงสภาพเดิมได้นานมาก
  • มีความเงาในเนื้อสีที่ดี 

     ทำไมการพ่นสีรถยนต์ในอู่หรือศูนย์ซ่อมสีทั่วไป ถึงไม่ใช่สี OEM นั่นก็เพราะสี OEM จะต้องอบที่อุณหภูมิสูงมาก ซึ่งอู่หรือศูนย์ไม่สามารถทำได้ ส่วนใหญ่จึงใช้สี 2K ที่มีคุณสมบัติเทียบเคียงกับสี OEM

ทำสีรถ และระบบสีต่างๆ

Paint the car and paint systems

How to choose a color to get a car color that lasts for a long time
For people who have used the car for many years Must have been through the rain, hit the sun, or have driven some collisions until there are cracks, cracks that cause the paint to peel off. Became an unsightly car Probably have an idea of ​​wanting to change the look of the car to look like a new one, such as painting

How long will the paint of our new cars last? Depending on the properties of the paint, cleaning method, color lacquer paint But generally it will last up to 5 years. The new paint at the general paint shop will not do the new factory paint due to the different paint system.

Car painting is generally divided into 3 types: 1K type, 2K type and OEM key type.
1K or 1 Komponent is composed of only one color. But if used, it will be mixed with a paint (thinner) first for the convenience of spraying paint.After spraying, the body will leave, but the paint has already dried up, which 1K paint has both quick drying and drier. Depending on the type of 1K color, including

  1. 2K or 2 Komponent is a slow drying system. And it is different from 1K paint in that there is a second component, either hard or activator, which needs to mix both components properly and properly, and 2K is also the most popular for Spray the new car because it is resistant to the environment. And it provides properties that are most comparable to factory OEM colors.
  2. OEM paint, also known as baking paint, is paint used in car assembly plants. This type of paint is cured by baking at a high temperature of about 120-160 ° C, so it is also known as baking paint. OEM paint is a very good quality paint. With the following features

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

รถเดินไม่เต็มสูบ

รถเดินไม่เต็มสูบ “คอยล์”เสีย-เสื่อม?? : ทำเครื่องสะดุดเดินไม่เต็มสูบ!!
ตรวจเช็คคอยล์ง่าย ๆ ด้วยการสตาร์ทรถแล้วดึงคอยล์ ขึ้นทีละตัว ตัวไหนดึงขึ้นแล้วยังเหมือนเดิมแสดงว่าเสีย แต่ตัวไหนดึงขึ้นแล้วสะดุดมากกว่าเดิมแสดงว่ายังปกติ

อาการสั่นจะมาจากคอยล์จุดระเบิดเสีย แต่ก่อนจะฟันธงให้ลองตรวจเช็คด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยการสตาร์ทเครื่อง แล้วดึงคอยล์ ขึ้นทีละตัว ตัวไหนดึงขึ้นแล้วยังเหมือนเดิมแสดงว่าเสีย แต่ตัวไหนดึงขึ้นแล้วสะดุดมากกว่าเดิมแสดงว่ายังปกติ ทั้งนี้ “รู้ก่อนเหยียบ”เคยนำเสนอเรื่องราวของคอยล์จุดระเบิดไว้แล้วครั้งหนึ่ง แต่เพื่อเป็นการทบทวนความจำจึงขอนำมาเสนอกันอีกครั้ง

คอยล์จุดระเบิด (ignition coil) ทำหน้าที่สร้างไฟแรงสูง โดยใช้หลักการเดียวกันกับหม้อแปลงไฟฟ้า โดยจะเพิ่มแรงเคลื่อนจาก 12 โวลต์ เป็นไฟแรงสูงถึง 18,000 – 40,000 โวลต์ ซึ่งแตกต่างกันไปในเครื่องยนต์เบนซินแต่ละรุ่น วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกระโดดของกระแสไฟที่เขี้ยวหัวเทียน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ให้เกิดการเผาไหม้

ภายในคอยล์จุดระเบิด ประกอบด้วย ขดลวด”ปฐมภูมิ”และ ขดลวด”ทุติยภูมิ” พันอยู่บนแกนเหล็กอ่อนเดียวกัน โดย ขดลวดปฐมภูมิ เป็นลวดทองแดงขนาดใหญ่ประมาณ 150-300 รอบ รับไฟแรงดันต่ำที่จ่ายมาจากแบตเตอรี่ ขณะที่ส่วนขดลวดทุติยภูมิ เป็นขดลวดไฟแรงสูง เพื่อที่จะจ่ายให้กับหัวเทียน พันด้วยลวดทองแดงขนาดเล็ก ประมาณ 20,000 รอบ

ประเภทของคอยล์จุดระเบิด

คอยล์จุดระเบิดแบบใช้จานจ่าย คอยล์ประเภทนี้จะอยู่ในเครื่องเบนซินในยุคเก่า ตัวคอยล์จะอยู่นอกจานจ่าย แต่ในยุคต่อมาผู้ผลิตได้นำคอยล์มาไว้ในตัวจานจ่าย การจ่ายไฟของคอยล์จะสัมพันธ์กับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ โดยใช้สายหัวเทียนเป็นทางเดินกระแสไฟไปยังหัวเทียน

คอยล์จุดระเบิด แบบไดเร็ก เครื่องยนต์เบนซินเกือบทั้งหมดในปัจจุบันใช้คอยล์จุดระเบิดประเภทนี้ โดยจะมีเซนเซอร์ เช่นเดียวกับ คอยล์จุดระเบิด แบบกึ่งไดเร็ก ส่งสัญญาณไปยังกล่อง ECU ประมวลผลแล้วส่งสัญญาณมาควบคุมการจุดระเบิด ตัวคอยล์ยึดอยู่บนฝาวาวล์ต่อตรงไปยังหัวเทียนโดยไม่ต้องใช้สายหัวเทียน

เทคนิคควรรู้

คอยล์เสีย จะส่งผลให้ไฟไม่ออก เครื่องยนต์สะดุดเดินไม่เต็มสูบ ในเครื่องยนต์แบบ แบบไดเร็กคอยล์ ตรวจสอบได้โดยติดเครื่องยนต์แล้วใช้วิธี ยก คอยล์ ไล่ไปทีละสูบ ให้สังเกตว่ากำลังเครื่องจะตกลงไป หากสูบไหนกำลังไม่ตกแสดงว่าคอยล์จุดระเบิดสูบนั้นเสีย แต่หากเป็นเครื่องยนต์ แบบใช้จานจ่าย หากคอยล์เสีย ในลักษณะที่ไฟไม่ออกเลยจะไม่สามารถ ติดเครื่องยนต์ได้

คอยล์เสื่อม มีได้ 2 อย่าง

1.เนื้อพลาสติกที่ห่อหุ้มภายนอกหมดอายุ-เสื่อมสภาพ เบื้องต้นให้สังเกตุว่าคอยล์มีรอยแตกร้อยร้าวหรือไม่ จากนั้นใช้เทปพันสายไฟพันที่ ก้านของคอยล์แล้วขับทดสอบ ถ้าอาการดีขึ้นรถสะดุดน้อยลงแสดงว่าคอยล์รั่ว

2.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเสื่อม-เสียหาย ทั้งนี้การเสื่อมสภาพดังกล่าว ส่วนใหญ่ มากจากความร้อนของเครื่องยนต์ สามารถทดสอบได้จากระยะการกระโดดของกระแสไฟที่จะสั้นกว่าปกติ หรือในรถบางรุ่นกล่อง ECU สามารถตรวจสอบข้อผิดพบพลาดได้

อายุการใช้งานของคอยล์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แม้คอยล์ยี่ห้อ รุ่น เดียวกันแต่อยู่ในรถคนละคัน อายุการใช้งานยังอาจไม่เท่ากัน โดยเหตุผลหลักที่เป็นตัวแปรที่ชัดเจนที่สุด คือความร้อนของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรถที่ติสแก๊ส คอยล์จะเสื่อมเร็วเพราะ เครื่องร้อนกว่ารถที่ใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตามหากสามารถถ่ายเทความร้อนได้ในระดับปกติ อายุการใช้งานคอยล์ ก็จะยืนยาวขึ้นด้วย

รถเดินไม่เต็มสูบ
รถเดินไม่เต็มสูบ

The car does not walk full.

The car does not walk full. “Coil” is broken – deteriorated ?? : Make the engine stumble and not walk full !!
Check the coil easily by starting the car and pulling the coil up one by one. But which one pulls up and stumbles more then shows that it is normal.

A tremor comes from a broken ignition coil. But before deciding, try to check it yourself by a simple way by starting the engine and pulling the coils up one by one. But which one pulls up and stumbles more then shows that it is still normal. “Know before stepping on” once presented the story of the ignition coil. But in order to review the memory, please bring it together again.

Type of ignition coil

Distributed ignition coil This type of coil is found in old gasoline engines. The coil will be outside the distribution plate. But in the later era, the manufacturer brought the coil into the dispenser. The power supply of the coil is related to the engine running cadence. By using the spark plug wire as the power path to the spark plug.

Direct ignition coils Most gasoline engines today use this type of ignition coil. It has a sensor as well as an ignition coil. Semi-direct Sends a signal to the ECU, then sends a signal to control the ignition. The coil is mounted on the valve cap, directly connected to the spark plug without the need for spark plug wires

Techniques you should know

A broken coil will result in a power failure. The engine stumbles not full cylinder. In Direct coil type You can check by starting the engine and using the method of lifting the chase coils one by one, notice that the engine power will drop. If the cylinder is not falling, then the ignition coil is broken. But if it is an engine Expenditure type If the coil is broken in such a way that the power does not go out at all, it cannot be Can be powered on.

The coil can deteriorate in two ways.

1. The outer plastic wrap has expired – is worn out. Preliminary to observe whether the coil has a crack or not. Then wrap the tape with duct tape. The stalk of the coil and test it. If the condition improves, the car stumbles less, the coil is leaking.

2. Internal electronic equipment is damaged. Most of the such deterioration is due to engine heat. It can be tested from the jump of the current that is shorter than normal. Or in some cars, the ECU can check any errors.

Coil life It depends on many factors. Even if the same brand coil is in different cars The lifespan may not be the same. The main reason is the most obvious variable. Is the heat of the engine Especially cars that have gas The coil will deteriorate quickly because The engine is hotter than a car that uses oil. However, if the heat can be transferred at normal levels. Coil life Will grow longer as well.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<