EGR คืออะไร และทำหน้าที่อะไร

EGR คืออะไร และทำหน้าที่อะไร EGR หรือ Exhaust Gas Recirculation คือระบบที่ใช้ในการดึงไอเสียจากท่อไอเสียกลับมาหมุนเวียน กลับมาเผาไหม้ร่วมกับ อากาศดีเพื่อให้มีไอเสียที่ดีขึ้น ลดปริมาณแก๊สไนโตรเจนออกไซด์

หลักการทำงานก็คือ เมื่ออากาศในห้องจุดระเบิดถูกคายออกมา ECU จะทำหน้าที่ตรวจจับว่า อากาศนั้นมีค่ามลพิษเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่ ถ้าเกินประมาณ 5-15% ของอากาศชุดนั้นจะถูกวาล์ว EGR เปิดรับ เพื่อนำกลับไปผสมกับไอดีที่ดูดมาจากภายนอก เข้าไปทำการเผาไหม้ในห้องจุดระเบิดใหม่อีกครั้ง ทำให้มลพิษที่เผาไม่หมดในครั้งแรก ถูกเผาไหม้ไปอีกครั้งจนสามารถปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมได้

แต่ก็มีขาซิ่งบางคนที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลมองว่า การนำเอาอากาศที่ไม่สะอาด 100% กลับเข้าไปอยู่ในห้องจุดระเบิดอีกครั้ง จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังลดลง

จึงได้มีการหยุดการใช้งานระบบด้วยการใส่ตัวอุดที่ทางเข้าของตัววาล์ว ทำให้ไม่มีอากาศที่เคยจุดระเบิดแล้วเผาไหม้ไม่สมบูรณ์กลับไปผสมกับอากาศดีอีก เท่านี้ก็รู้สึกว่าเครื่องยนต์แรงขึ้นตั้งแต่รอบต่ำแล้ว เพราะในห้องเผาไหม้มีแต่อากาศบริสุทธิ์เข้าไป

แต่ข้อเสีย คือ ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงจะบางลง เนื่องจาก ECU จะประมวลผลและสั่งการจ่ายน้ำมัน จากการควบรวมไอเสียหมุนกลับที่มากขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้น เสี่ยงต่อการพังเสียหายมากขึ้น อีกประการหนึ่ง คือ ตัวกรองไอเสีย Catalytic Converter จะทำงานหนักและเสี่ยงต่อการอุดตันรวดเร็วขึ้น จากไอเสียที่มีปริมาณมากขึ้น เป็นลำดับต่อไป

การอุด EGR นั้น ยังไม่มีบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ามันสามารถช่วยให้เครื่องยนต์วิ่งดีขึ้น, แรงขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนก็คือ อากาศจะต้องรับมลพิษจากเครื่องยนต์ เนื่องจากหลังอุด EGR เมื่อเครื่องยนต์จุดระเบิด ไอเสียทั้งหมดจะถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดมลพิษทางอากาศตามมาอย่างแน่นอน

EGR คืออะไร และทำหน้าที่อะไร

What is EGR and what does it do? EGR or Exhaust Gas Recirculation. Is a system used to retrieve the exhaust from the exhaust pipe back to circulate Return to burn together with Good air to have better exhaust Reduce the amount of nitrogen oxides.

The principle of operation is When the air in the ignition chamber is emitted, the ECU detects that Is the air polluted beyond the limit?

If approximately 5-15% of the air in the set will be exposed to the EGR valve to be mixed with the intake air extracted from the outside. Into the combustion chamber again Causing pollution that cannot be burned out the first time It was burned to the environment again until it was released.

But there are also some people who use diesel engines. Bringing 100% unclean air back into the ignition chamber. Will make the engine power down Operation of the system was therefore stopped by inserting a stopper at the inlet of the valve body.

No air that had previously been ignited and incomplete combustion was returned to mix with fresh air At this point, I felt that the engine was stronger since the low revs. Because in the combustion chamber only fresh air entered.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

ทำอย่างไรเมื่อรถเสียกลางทาง

ทำอย่างไรเมื่อรถเสียกลางทาง เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนต่างกังวลใจกับปัญหา รถเสียกลางทาง ไม่ว่าจะเกิดจากอะไหล่ชำรุด ยางแบน น้ำมันหมด หรือถูกรถคันอื่นเฉี่ยวชนโดยไม่ทันตั้งตัว อุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจเกิดขึ้นกลางถนน เส้นทางเปลี่ยวในยามค่ำคืนหรือแม้แต่บนทางด่วนที่มีรถวิ่งอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มาดูกันว่าจะทำอย่างไร 7ข้อที่คุณควรรู้กับการรับมือเบื้องต้นและการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน บริการรถยกต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีโอกาสประสบปัญหาดังกล่าว

1. เปิดไฟฉุกเฉินเป็นสัญญาณ

อันดับแรกที่ควรทำคือ เปิดไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉินเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันหลังที่ตามมาหรือรถคันอื่นๆ บนถนนทราบว่ารถยนต์ของคุณมีปัญหาไม่สามารถเดินทางต่อได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและอุบัติเหตุรถชนซ้ำซ้อน
 

2. พารถชิดซ้ายเข้าข้างทาง 

ประเทศไทยประสบปัญหารถติดอย่างหนัก หากเราไม่อยากเป็นหนึ่งในสาเหตุของจารจรติดขัดหรืออุบัติเหตุซ้ำซ้อน เมื่อรู้ตัวว่ารถยนต์ของคุณมีอาการผิดปกติ น้ำมันหมด แบตเตอร์รี่รถยนต์หมด หรือมีการเฉี่ยวชนกับคู่กรณีควรค่อยพูดค่อยจาและพยายามขับหรือเข็นรถชิดซ้ายเข้าข้างทาง
 

3. ตรวจเช็กสภาพรถยนต์เบื้องต้น

หากคุณมีความรู้เรื่องรถยนต์ไม่มากก็น้อย ให้ตรวจเช็กรถยนต์เบื้องต้น บางปัญหาที่เกิดขึ้นอาจสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวคุณเอง และตรวจเช็กเพื่อบอกอาการผิดปกติแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่มาช่วยเหลือ อย่างเช่น ยางแบน ขั้วแบตเตอร์รี่หลวม หรือรถเกิดอาการ Overheat (เครื่องยนต์ร้อนจัด) โดยสังเกตุจากไอน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ หากพบอาการดังกล่าว ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำทันทีเพราะน้ำที่ร้อนจัดอาจพุ่งขึ้นมาโดนร่างกายคุณได้
 

4. เครื่องมือควรมีให้ครบครัน 

สายพ่วงแบตเตอร์รี่ ตัวขันน็อตล้อรถ ยางอะไหล่และอุปกรณ์อื่นๆ ควรมีให้ครบครัน แม้จะทำให้รถของคุณหนักหรือเกะกะไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องมือเหล่านี้อาจช่วยเหลือคุณให้รอดพ้นกับเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนา

5. ไม่ออกจากรถในกรณีรถเสียบนทางด่วนหรือเส้นทางเปลี่ยว

ในกรณีที่รถยนต์ของคุณดันเสียในขณะที่อยู่บนทางด่วน มีรถวิ่งด้วยความรวดเร็วหรืออยู่ในเส้นทางเปลี่ยวยามค่ำคืน หากออกจากรถทันทีจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายอื่นๆ ตามมา ดังนั้นคุณควรอยู่ในรถและเปิดไฟฉุกเฉิน หรือทำสัญญาณอื่นๆ ให้ รถที่ผ่านมารับรู้ตำแหน่งรถยนต์ของคุณ
 

6. ระวังมิจฉาชีพในคราบผู้หวังดี

หากคุณอยู่ตัวคนเดียวในเส้นทางเปลี่ยวไร้ผู้คน ควรระแวดระวังตัวไว้ก่อนเพราะในปัจจุบันแก๊งมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบ อาจเข้ามาชิงทรัพย์หรือขู่กรรโชกโดยเฉพาะเหยื่อที่เป็นผู้หญิง นอกจากจะเสียทรัพย์สินแล้วอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิตได้
 

7. หยิบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

สุดท้ายวิธีที่ปลอดภัยและไว้ใจได้มากที่สุดคือการโทรแจ้งอุบัติเหตุขอความช่วยเหลือนั่นเอง นอกจากจะแจ้งตำรวจหรือติดต่อการทางพิเศษแล้ว ยังสามารถติดต่อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน โดยมีการให้บริการดังนี้

ทำอย่างไรเมื่อรถเสียกลางทาง

What to do when the car breaks down in the middle of the road? It is believed that many drivers are worried about the problem of & nbsp; vehicle breakdown in the middle of the road, whether it is caused by damaged spare parts, flat tires, running out of gas, or being hit by other cars without being caught off guard. Accidents that the driver cannot avoid May take place in the middle of the road The lonely road at night, or even on the highway with fast cars running all the time. Let’s see how to do it. 7 things you need to know about basic response and roadside assistance Various forklift services To benefit drivers and road users who have the opportunity to encounter such problems.

1. Turn on the emergency light as a signal

The first thing to do is Turn on flashing lights or emergency lights as a warning signal to subsequent vehicles or other vehicles. On the road know that your car has a problem, can not go on. To prevent misunderstandings and double car crashes
& nbsp;

2. Put the car on the left side of the road & nbsp;

Thailand has a heavy traffic jam. If we do not want to be one of the causes of traffic jams or redundant accidents When you realize that your car is faulty, the oil is exhausted, the car battery is exhausted. Or if there is a collision with the other party, you should speak slowly and try to drive or push the car left in the direction
& nbsp;

3. Check basic vehicle condition

If you have more or less knowledge of cars. To check the car first Some problems that arise may be resolved on your own. And check the check to tell the staff or people who come to help, such as a flat tire, loose battery terminal Or the car overheat symptoms (engine overheating) by observing the steam rising from the bonnet. If you experience such symptoms Do not open the radiator cap right away, as the extremely hot water can spill over your body.
& nbsp;

4. Tools should be fully equipped & nbsp;

Battery extension cable Wheel Nut Fastener Spare tires and other equipment Should have it all Even if your car is heavy or clutter. But there is no denying that these tools may save you from any unwanted event.

5. Not leaving the vehicle in the event of a breakdown on expressways or on a secluded road

In case your car pops up while on the highway. There is a car running fast or in a lonely road at night. If leaving the car immediately there is a risk of further danger, so stay in the car and turn on the emergency lights. Or make another signal for past vehicles to recognize your vehicle’s location
& nbsp;

6. Beware of criminals in the plaque.

If you are alone in a lonely road. You should be on your guard because nowadays there are many forms of criminals. May come in robbery or coercion, especially female victims Besides losing your property, it can be dangerous to your body and life.
& nbsp;

7. Pick up the phone for emergency assistance

Finally, the safest and most reliable way is to call an accident and get help. In addition to notifying the police or contacting an expressway You can also contact roadside assistance services. The services are as follows:

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

แอร์โฟร์มีหน้าที่ทำอะไร และเมื่อแอร์โฟร์เสียจะเป็นอย่างไร

แอร์โฟร์มีหน้าที่ทำอะไร และเมื่อแอร์โฟร์เสียจะเป็นอย่างไร ระบบเครื่องยนต์ของรถยนต์มีหลายส่วน หนึ่งในชิ้นส่วนหลักคือระบบอากาศเข้ามีหน้าที่รับผิดชอบปริมาณอากาศบริสุทธิ์ที่ต้องการเข้าสู่กระบอกสูบ ส่วนประกอบของระบบไอดี ได้แก่ แอร์โฟร์วาล์วปีกผีเสื้อ MAP SENSOR กรองอากาศท่อร่วมไอดี หนึ่งในส่วนประกอบของชิ้นส่วนรถยนต์ของระบบไอดี สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ฉันอยากจะแนะนำคุณคือแอร์โฟร์ ได้ยินคำนี้หลายคนอาจรู้สึกคุ้นเคย แต่ก็ยังมีหลายคนที่อาจจะสงสัยและบอกว่าไม่เคยรู้มาก่อน เราจะไปทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน

แอร์โฟร์มีหน้าที่ทำอะไร และเมื่อแอร์โฟร์เสียจะเป็นอย่างไ

โดยปกติทั่วไปนั้น แอร์โฟร์ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะเกิดการเสียหายได้ง่าย แต่ถ้าหากเจอกับสิ่งสกปรก อาทิเช่น ฝุ่นละอองต่าง ๆ หรือ คราบน้ำมัน ติดอยู่หนาแน่นเกินไป รวมไปถึงอุปกรณ์โดนน้ำ ระดับความชื้นขึ้นสูง เฉกเช่นนี้จะเพิ่มโอกาสสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ชนิดนี้ได้ง่ายกว่าปกติ  เมื่อไหร่ก็ตามที่ Airflowเกิดความเสียหาย การขับขี่ของรถยนต์จะเริ่มมีอาการแปลกไป ผู้ขับขี่จะสามารสังเกตอาการเบื้องต้นที่สังเกตได้ มีดังนี้

  1. รถยนต์เมื่อวิ่งรอบเบา แล้วจะเกิดอาการรถดับ อาการนี้จะชัดเจนที่สุด กล่าวคือ เวลาที่รถเดินรอบเบามักชอบดับแบบไม่มีสาเหตุ เช่น ขับรถไป เจอทางกลับรถกำลังชะรอความเร็วเมื่อรอบรถตัดเป็นรอบเดินเบาอยู่ดี ๆ รถก็ดับกลางอากาศไปเลย หรือบางคนพอจอดรถติดไฟแดงปรากฏรถดับกลางคัน กว่าจะสตาร์ทติดก็ใช้เวลาซักพักเลยทีเดียว
  2. เร่งไม่ค่อยขึ้น น้ำมันลดลงเร็ว อาการต่อมาที่เริ่มสังเกตได้ชัดเจนมากขึ้นคือ เหยียบคันเร่งแต่รถไม่ไปดังที่ใจต้องการ พูดง่าย ๆ คือ เร่งไม่ขึ้นนั่นแหละ บางคนที่ขับเคยซัดไปได้ระดับ 150 กม./ชม. แต่ถ้า มาตรมวลวัดอากาศ เสียหายอาจเหยียบแต่ความเร็วไปสูงแค่ 100 กม./ชม. ก็ได้
  3. วิ่งทำระยะรอบได้น้อย สุดท้ายอาการแบบรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาจวิ่งแค่ 2,000 รอบ เมื่อใดก็ตามที่เกินรอบรถจะดับเองทันที

อาการเหล่านี้เป็นอาการเบื้องต้นที่ผู้ขับขี่เองสามารถสังเกตุอาการเองได้ อย่างไรก็ตามควรจะนำรถเข้าอู่ซ่อมรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยในส่วนของช่างซ่อมรถเองนั้นจะใช้เครื่อง OBD II (Diagnostic Trouble Code) อ่านค่าจากรหัสที่ขึ้นว่าแอร์โฟร์มีอาการผิดปกติอย่างไร โดยมีรหัสและความหมายดังต่อไปนี้

แอร์โฟร์มีหน้าที่ทำอะไร และเมื่อแอร์โฟร์เสียจะเป็นอย่างไ

What does Air 4 do? And when the Air Four is broken, what will be The car’s engine system has many parts. One of the main components, the intake air system, is responsible for the amount of fresh air required to enter the cylinders. The components of the intake system are: Air Four, Throttle Valve, MAP SENSOR, Air Filter, Intake Manifold. One of the components of the automobile parts of the intake system The most important thing I would like to introduce you to is Air Four. Hearing this word, many people may feel familiar. But there are still many people who might wonder and say they didn’t know it. We will get to know at the same time.

Generally speaking, the Air Four is not a prone to damage. But if encountered with dirt such as various dust or oil stains stuck too dense Including equipment exposed to water Humidity levels rise As such, it increases the chance of damaging this kind of equipment more easily than usual. Whenever The airflow is damaged. Driving the car will begin to have strange symptoms. The driver will be able to observe the initial symptoms observed as follows.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

รางหัวฉีด ระบบน้ำมัน

รางหัวฉีด ระบบน้ำมัน รางหัวฉีดเป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษเป็นท่อส่งน้ำมันที่ถูกดูดขึ้นมาจากถังน้ำมันก่อนที่จะถูกส่งเข้าไปยังหัวฉีด ซึ่งประโยชน์ของมันนอกจากจะทำหน้าที่ดังกล่าวแล้วรางหัวฉีดยังเป็นตัวรองรับแรงดันจากปั้มติ๊กอีกด้วย และยังถือเป็นของแต่งรถอีกอย่างหนึ่งที่นิยมกันมากชิ้นหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามของห้องเครื่อง โดยเครื่องยนต์ที่รองรับรางหัวฉีด นั้นจะเป็นเครื่องยนต์ที่โมดิฟาย มาแทบทั้งนั้น ตัวรางหัวฉีดนั้นจะมีโอริงเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันที่เกิดจากการสั่นสะเทือนหรือแรงกระชากของเครื่องยนต์ ปกติแล้ว ถ้าหากว่ามีการโมดิฟายเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นการแฟลชกล่อง, ใส่กล่องแต่งกล่องพ่วง, เปลี่ยนขนาดหัวฉีด, การปรับเพิ่มบูสต์ (สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ) รวมไปถึงการเพิ่มความจุของเครื่องยนต์

ทุกการปรับแต่งที่กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อระบบเชื้อเพลิงด้วนกันทั้งหมด และเพื่อที่จะให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ ระบบเชื้อเพลิงจะต้องสามารถจ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ โดยคำว่าประสิทธิภาพในที่นี้หมายความว่า ต้องมีการจ่ายน้ำมันที่ไม่มีการปะปนของฟองอากาศ รวมไปถึงอุณหภูมิของน้ำมันที่จ่ายนั้น ไม่ควรจะสูงจนเกินไป จึงจะทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นกำลังได้อย่างสูงสุด เพราะฉะนั้นแล้ว การอัพเกรดขนาดของรางหัวฉีดให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และแข็งแรงขึ้น จึงถือเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายอย่างหนัก

รางหัวฉีด ระบบน้ำมัน

What does a racing nozzle do? The nozzle rail is a special accessory, a hose that is sucked up from the tank before being fed into the nozzle. Which benefits it, in addition to performing such functions, the injector rail is also a support for the pressure from the tick pump as well And is also considered to be one of the most popular car accessories for those who want the beauty of the engine room By engines that support the injection rail That will be a modified engine Almost all of them The injector rail has an O-ring to prevent oil leaks caused by vibration or engine shock.

All of the aforementioned customizations They all affect the fuel system all together. And in order to allow the engine to run at full capacity The fuel system must be able to supply fuel sufficiently and efficiently. By the word efficiency here means Oil must be dispensed without air contamination. Including the

temperature of the oil that is supplied Should not be too high Thus allowing the engine to throttle maximum power Therefore Upgrading the size of the injector rail to be larger. And stronger It is therefore important, especially with heavily modified engines.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนมีรถ เพราะเมื่อถึงระยะทาง 5,000 – 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน เราจะต้องมีนัดเจอช่างเพื่อเอารถเข้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ แต่เรื่องที่ไม่ปกติก็คือเวลาช่างมาถามว่า “เอาความหนืดเท่าไรดี” คำถามง่ายๆ นี้อาจทำเอาหลายคนยืนงงในดงกล้วยไปเลย เพราะไม่รู้จะถามใครต่อดี

รู้จักค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง

ถ้าสังเกตดีๆ ที่ข้างกระป๋องน้ำมันเครื่องไม่ว่ายี่ห้อไหนหรือเกรดไหน จะมีตัวเลขแสดงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องระบุชัดเจน โดยตัวเลขนี้คือค่ามาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ หรือ Society of Automotive Engineers (SAE) ที่แสดงถึงค่าความหนืดหรือความข้นใสของน้ำมันเครื่อง โดยกำหนดเป็นชุดตัวเลขระบุรายละเอียดที่อุณหภูมิสูงและต่ำ เช่น 5W-30, 10W-40, 15W-40 เป็นต้น

อ่านค่าความหนืดน้ำมันเครื่องอย่างไร

น้ำมันเครื่องที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะระบุค่าความหนืดน้ำมันเครื่องเป็นแบบเกรดรวม หรือ multigrade คือจะระบุค่าความหนืดด้วยกัน 2 ค่า ตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่อง Dynamic Semi Synthetic จาก PTT Lubricants กระป๋องนี้ มีค่าความหนืดอยู่ที่ 15W-40 จากนั้นให้แยกตัวเลขออกป็น 2 ชุดคือ 15W และ 40

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ตัวเลขชุดหน้า “15W” ถ้าสังเกตดีๆ จะมีตัวอักษร W ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Winter” เป็นชุดตัวเลขที่ใช้กำหนดค่าอุณหภูมิในเขตเมืองหนาว หรือในกรณีที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ส่วนตัวเลข 15 ก็คือค่าความต้านทานการเป็นไขนั่นเอง ซึ่งในบ้านเราที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 19-38 องศาเซลเซียส ดังนั้นเราจึงไม่ต้องสนใจเลขชุดหน้ามาก แต่ถ้าหากเป็นเมืองนอกที่มีอากาศหนาวไปจนขั้นติดลบ ตัวเลขชุดนี้จะมีความสำคัญมากๆ เลยเชียว

ส่วนตัวเลขชุดหลัง คือ “40” ซึ่งแทนค่าความหนืดออกมาเป็นตัวเลข เช่น 60, 50, 40, 30, 20 หรือ 10 โดยค่าตัวเลขยิ่งมากก็จะยิ่งมีความหนืดมาก ตัวเลขนี้จะทำงานเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส น้ำมันเครื่องจะมีค่าความหนืดในการมีประสิทธิภาพปกป้องเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 40  อย่างไรก็ตามรถยนต์ที่ใช้งานมาเกิน 100,000 กิโลเมตร บรรทุกหนัก หรือใช้ความเร็วสูงบ่อยๆ ควรเพิ่มค่าความหนืดให้มากขึ้นกว่าตามที่คู่มือระบุจาก 40 เป็น 50 เป็นต้น

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ค่าความหนืดสำคัญอย่างไร

เหตุผลง่ายๆคือความหนืดมีผลโดยตรงกับเครื่องยนต์ ลองนึกดูเมื่อเราสตาร์ทรถในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่หากเราเลือกใช้น้ำมันที่มีความหนืดเกินไป น้ำมันเครื่องจะไหลเข้าสู่ระบบหล่อลื่นไม่เหมาะสม ในทางกลับกันถ้าเราเลือกความหนืดที่เหลวเกินไปในช่วงที่มีความร้อนสูงน้ำมันเครื่องจะไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการซีดจางของเครื่องยนต์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์การเร่งความเร็วและการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นการเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องจะต้องสอดคล้องกับอุณหภูมิโดยรอบ และลักษณะการใช้รถของเราด้วย

Knowledge of engine oils that you should know It is normal for people with cars. Because when reaching a distance of 5,000 – 10,000 kilometers or 6 months, we have to have an appointment to see a mechanic to change the engine oil according to the distance. But what is not normal is when a technician asks if “

Known engine oil viscosity

If you look carefully On the side of the engine oil can, no matter what brand or grade There will be a number showing the viscosity of the engine oil clearly identified. This number is the engine oil standard of the S

How to read engine oil viscosity?

All commercially available engine oils indicate the viscosity of the engine oil as a multigrade. Or multigrade, which is to specify two viscosity values, for example, Dynamic Semi Synthetic engine oil from PTT Lubricants

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

เรื่องของหม้อน้ำที่ควรรู้

เรื่องของหม้อน้ำที่ควรรู้ สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ควรหมั่นเช็คหม้อน้ำและระบบระบายความร้อนบ่อยขึ้น ในขณะขับขี่ให้คอยดูหน้าปัดเข็มวัดอุณหภูมิ หากเครื่องยนต์ร้อนจัด เข็ดจะตีขึ้นไปสูงกว่าปกติ ให้รีบหาที่จอดริมทาง อย่าฝืนขับไป เพราะอาจทำให้เครื่องน็อคได้ แล้วคราวนี้เรื่องจะยาว พอจอดรถเสร็จให้เปิดกระโปรงหน้า และรอเครื่องยนต์เย็นลงสักพัก ห้าม เปิดหม้อน้ำดูโดยเด็ดขาด

เพราะเวลาเครื่องร้อนจัดแรงดันน้ำจะเยอะและร้อนอีกด้วย ถ้าเปิดน้ำจะพุ่งขึ้นมาทันที และอาจจะได้อันตรายโดนน้ำ ร้อนลวกได้ ดังน้ำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอดทนรอให้เครื่องเย็นลงสักพัก จึงดูว่าน้ำในหม้อน้ำหายหรือไม่ ถ้าหายค่อยเติมน้ำลงไปในหม้อน้ำ สถานการณ์ฉุกเฉินกรณีหม้อน้ำ รั่วและหม้อน้ำแห้ง ดังนี้

 1. ก่อนขับขี่ หมั่นตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ประจำรถให้อยู่ในสภาพพร้อม ใช้งาน เช่น สายพานไม่หย่อนหรือตึงเกินไป พัดลมระบายความร้อนไม่บิดงอหรือแตกหัก และยังทำงานได้อยู่(หมายความว่าระบบไฟไม่มี ปัญหาเวลาเครื่องร้อนแล้วพัดลมยังทำงานอยู่) หากพบรอยรั่วตามจุดต่าง ๆ เช่น ท่อยางหม้อน้ำ ครีบรังผึ้งหม้อน้ำ ปั้มน้ำ ให้รีบแก้ไขโดยด่วน

2. หมั่นคอยตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำอยู่เสมอ โดยการเปิดดูที่ถังพักน้ำก็ ได้สำหรับรถที่ไม่มีปากเติมน้ำ หรือต่อให้มีก็เช็คที่ถังพักน้ำก่อนได้ให้มีน้ำอยู่ในระดับที่มีการกำหนดไว้ รถใหม่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วน รถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป ควรตรวจสอบ 2 – 3

เรื่องของหม้อน้ำที่ควรรู้

3. ขณะขับขี่ หมั่นสังเกตุที่หน้าปัดวัดความร้อน ว่าความร้อนอยู่ในระดับปรกติที่เป็นหรือไม่ ซึ่งอาการเครื่องยนต์ร้อนจัด เข็มวัดอุณหภูมิบนหน้าปัดจะแสดงให้เห็นชัดเจน มันจะขยับขึ้นสูงมาก หากเข็มวัดเลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่า เครื่องยนต์กำลังร้อนจัด ให้รีบนำรถจอดเข้าข้างทางในบริเวณที่ปลอดภัยทันที แล้วเปิดฝากระโปรงหน้าไว้ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจาก ห้องเครื่องได้เร็วขึ้น ก่อนดำเนินการแก้ไข

เรื่องของหม้อน้ำที่ควรรู้

For cars that are more than 5 years old, you should check the radiator and cooling system more often. While driving, keep an eye on the dial of the temperature gauge. If the engine is overheated The screech will hit higher

1. Before driving , always check the condition of your vehicle’s equipment to be in good working condition, such as the belt is not sagging or too tight. The cooling fan will not warp or break. And still working (meaning that the power system has no Problems when the engine is hot and the fan is still running) If there are leaks at various points such as radiator hose Honeycomb fins, radiator, water pump, urgently fix it.

2. Always keep checking the water level in the radiator by looking at the water tank. Yes, for vehicles that do not have a water filling mouth. Or even if there is, you can check the water tank first so that there is water at a predetermined level. New cars at least once a week, cars that are more than 5 years old should be inspected 2 – 3

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

วิธีดูแลรถ ให้มีอายุการใช้งานยาวๆ

วิธีดูแลรถ ให้มีอายุการใช้งานยาวๆ รถเก่า หรือรถที่ถูกใช้งานมามากกว่า 100,000 กิโลเมตร เครื่องยนต์ย่อมเสื่อมสภาพเป็นธรรมดา อะไหล่ต่างๆที่ติดมากับตัวเครื่อง เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานานอุปกรณ์ต่างๆก็จะชำรุดอย่างเช่นเครื่องยนต์ หลายๆ คนจึงเริ่มมีความต้องการที่อยากจะให้รถอยู่กับเราไปนาน ๆ มาดูกันเลยว่ามีวิธีดูแลรักษายังไงบ้าง

1. หมั่นตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ

รถยนต์ทุกคัน ต้องมีการตรวจสภาพรถยนต์ ยิ่งถ้ารถมีอายุการใช้งานหลายปี ยิ่งต้องเช็คสภาพและดูแลเป็นพิเศษ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยบนท้องถนน สำหรับสถานที่ตรวจสภาพรถนั้น เจ้าของรถจะนำไปตรวจสภาพ ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้ ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขประเภทของรถ และ อายุการใช้งานของรถที่ถูกกำหนดก่อนเข้ารับการตรวจสภาพ

2. เช็คลมยางเป็นประจำ

     การตรวจเช็คลมยางเป็นประจำสามารถช่วยยืดอายุของรถเก่าได้ แรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถเก๋งทั่วไป ล้อหน้าและล้อหลังควรมีแรงดันลมยางอยู่ที่ 30-32 PSI ส่วนรถกระบะควรเติมลมยางมากกว่ารถเก๋งปกติ โดยหากไม่มีสิ่งของบรรทุกควรมีแรงดันอยู่ที่ 36-38 PSI และล้อหลังอยู่ที่ 40-42 PSI หากมีน้ำหนักบรรทุกด้านท้ายควรเพิ่มลมยางล้อหลังขึ้นเป็น 49-51 PSI 

3. หลีกเลี่ยงการนำรถจอดตากแดด

     การนำรถยนต์ไปจอดตากแดดเป็นระยะเวลานานติดต่อกันจะทำให้รถของคุณนั้นเสียหายในหลายๆจุด ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ที่เป็นยางจะเสื่อมสภาพเร็ว เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานสั้นลง สีของรถถูกทำลาย เป็นต้น ดังนั้นเราควรเลี่ยงการนำรถไปจอดตากแดด หรือหากเลี่ยงไม่ได้ควรนำผ้ามาคลุมรถทุกครั้งแทน

4. เช็คของเหลวในเครื่องยนต์

     เป็นปกติของรถที่ถูกใช้งานหนัก จะทำให้น้ำและของเหลวภายในเครื่องยนต์ระเหยเร็ว ของเหลวที่ว่านี้ก็ได้แก่ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำมันเพาเวอร์ น้ำในหม้อน้ำ น้ำกลั่นในแบตเตอรี่ รวมถึงน้ำฉีดกระจกด้วย ควรหมั่นเช็คตรวจสอบอยู่บ่อยๆ หากของเหลวไหนหมดเราสามารถทำการเติมได้ด้วยตัวเอง หรือบางอย่างนำไปให้ช่างเพื่อตรวจเช็ค

5. สังเกตเสียงเครื่องยนต์

 หากคุณมีรถยนตที่ใช้งานมาสักระยะนึงควรหมั่นฟังเสียงของเครื่องยนต์ ระบบเบรก ว่ามีอะไรผิดปกติ หรือ มีเสียงกระตุก ออกมาหรือไม่ หากมีปัญหาเหล่านี้ละก็ควรรีบนำรถของคุณเข้าอู่เพื่อทำการซ่อมโดยทันที

วิธีดูแลรถ ให้มีอายุการใช้งานยาวๆ

How to take care of your car To last for a long time, the old car or the car that has been used for more than 100,000 kilometers, the engine will naturally wear out. Spare parts attached to the machine After using it for a long time, the equipment will be damaged, such as the engine, so many people have started wanting to keep their cars with us for a long time. Let’s see how to maintain it.

1. Regularly inspect the vehicle.

All cars Must have vehicle inspection Even if the car has a service life for many years The more you have to check the condition and take special care For safe driving on the road For the location of the vehicle inspection The car owner will take it to check the condition. At a private vehicle condition examination center (TOR.) That is authorized by the Department of Land Transport Or an agency of the Department of Land Transport This must comply with the conditions of the vehicle type and the validity of the vehicle prior to the inspection.

2 . Regularly check the tire pressure

Checking the tire air regularly can help extend the life of your old car. Optimum tire pressure for regular sedans. Front and rear wheels should have tire pressure of 30-32 PSI and Pickup trucks should be inflated than a normal sedan. If there is no load, the pressure should be 36-38 PSI and the rear wheel is 40-42 PSI . If there is a load at the rear, the rear tire should be inflated to 49-51 PSI < / p>

3. Avoid placing your car in the sun.

Placing your car in the sun for a long period of time will cause damage to your car in many places, whether it is a tire device that will deteriorate quickly. The engine has a shorter service life. The color of the car has been destroyed, etc. Therefore, we should avoid the car parked in the sun. Or, if that can’t be avoided, a towel should be used to cover the car every time instead.

4. Check the fluid in the engine

This is typical for a heavy-duty vehicle. This will cause the water and fluids inside the engine to evaporate quickly. Engine oil, brake fluid, gear oil, power oil, water in the radiator, distilled water in the battery Including glass spray water Should be checked regularly. If any liquid is empty, we can fill it by ourselves. Or bring something to the technician for inspection.

5. Notice the engine sound

If you have a car that has been used for a while, should you listen to the engine, brake system, or not, or if there is any jittery sound? If you have any of these problems, bring your car. Immediately enter the garage for repairs.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABETPR

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABETPR

Takano TTE500 รถกระบะไฟฟ้า

Takano TTE500 รถกระบะไฟฟ้า อีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กที่เปิดตัวในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2561 ผลงานของ บริษัท ทากาโน่ ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด 

ซึ่งตามข้อมูลเท่าที่มี Takano TTE-500 เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินจิ๋วร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นในเบื้องต้นมันควรจะเป็นรถไฟฟ้าประเภทขยายระยะทางในการขับ EREV หรือ extended-range electric vehicles

●   โดยพื้นฐาน ระบบขับเคลื่อนแบบ extended-range จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ ช่วยชาร์จกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีหน้าที่ในการหมุนล้อ ซึ่งการหมุนล้อนั้นจะเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ ก็คือรถรุ่นสำคัญของ GM อย่าง Chevrolet Volt นั่นเอง

●   โดยพื้นฐาน ระบบขับเคลื่อนแบบ extended-range จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ ช่วยชาร์จกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีหน้าที่ในการหมุนล้อ ซึ่งการหมุนล้อนั้นจะเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น

Takano TTE500 รถกระบะไฟฟ้า

Takano TTE500 รถกระบะไฟฟ้า

Takano TTE500 electric pickup truck is another option of a small electric vehicle that was launched at the Bangkok Motor Show 2018, the work of Takano Auto (Thailand) Co., Ltd. As far as information is available, the Takano

TTE-500 is a car that uses a miniature gasoline engine with an electric motor. So initially it should be extended-range electric vehicles to drive EREV or extended-range electric vehicles.

● & nbsp; Basically a drive system extended-range Will use a small engine acting as a generator It helps to charge the electric current to the battery alone with no duty to spin the wheels.

Which the wheel rotation is only a function of the electric motor A clear example It’s GM’s flagship car, the Chevrolet Volt.

● Basically a drive system. extended-range Will use a small engine acting as a generator It helps to charge the electric current to the battery alone with no duty to spin the

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

วิธีทำความสะอาดรถยนต์ ให้ห่างไกลCOVID-19

วิธีทำความสะอาดรถยนต์ ให้ห่างไกลCOVID-19 เช็ดด่วน! 4 จุดสัมผัสสำคัญ ดูแลรถให้ห่างไกลเชื้อ COVID-19 ช่วยให้เราลดความเสี่ยงจากเชื้อ COVID-19 ไปได้มาก แต่สำหรับคนที่ยังต้องใช้รถออกไปทำงาน หรือต้องออกไปจับจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อไปสัมผัสส่วนต่างๆ ของรถได้ 

ทำความสะอาดรถยนต์เป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

หากทำความสะอาดรถด้วยตัวเอง เบื้องต้นควรเปิดหน้าต่างรถเพื่อให้อากาศถ่ายเท แล้วทำความสะอาดโดยนำผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีนเป็นหลัก หรือแอลกอฮอล์ 70% ไม่ควรใช้สารฟอกขาว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เพราะสามารถทำลายเบาะและสารเคลือบผิวภายในรถได้ จากนั้นลงมือทำความสะอาดทุกซอกมุมได้เลย และควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียงแค่นี้ก็มั่นใจ ปลอดภัยทั้งคนขับและคนนั่ง

เน้นทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ

การทำความสะอาดภายในรถควรเน้นพื้นผิวที่คุณและผู้ร่วมเดินทางสัมผัสบ่อยๆ เพราะบางจุดอาจเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรค เช่น พวงมาลัยรถหน้าต่าง และกระจกมองหลังเกียร์ที่จับประตู ทั้งด้านในและด้านนอก เบาะนั่ง ตัวปรับที่นั่ง และที่พักแขน หน้าจอสัมผัส และปุ่มต่างๆ

วิธีทำความสะอาดรถยนต์ ให้ห่างไกลCOVID-19

วิธีทำความสะอาดรถยนต์ ให้ห่างไกลCOVID-19

How to clean your car Far away COVID-19 wipe urgently! 4 important touch points Keeping the car away from COVID-19 infection helps us reduce the risk of COVID-19 infection a lot. But for people who still have to take their cars out to work Or having to go out and buy consumables May make it more vulnerable to infecting various parts of the body Of the car.

Clean your car regularly. At least once a week

If you clean your car by yourself. Initially, the car windows should be opened to allow air to flow. Then cleaned by using a microfiber cloth moistened with a disinfectant that contains chlorine as the main Or 70% alcohol, do not use bleach Or products containing hydrogen peroxide Because it can damage the seats and the coating inside the car And then proceed to clean every corner And should be done regularly, at least once a week, just this is confident. Safe for both driver and passenger

Focus on cleaning frequently touched surfaces

Cleaning the interior of your car should focus on the surfaces you and your traveling companion often touch. Because at some point it may be a risk for transmitting germs such as the steering wheel, car windows. And rear view mirror, gear, door handle Inside and outside the seat, seat adjuster and armrests, touchscreen and buttons

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282