ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนมีรถ เพราะเมื่อถึงระยะทาง 5,000 – 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน เราจะต้องมีนัดเจอช่างเพื่อเอารถเข้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ แต่เรื่องที่ไม่ปกติก็คือเวลาช่างมาถามว่า “เอาความหนืดเท่าไรดี” คำถามง่ายๆ นี้อาจทำเอาหลายคนยืนงงในดงกล้วยไปเลย เพราะไม่รู้จะถามใครต่อดี

รู้จักค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง

ถ้าสังเกตดีๆ ที่ข้างกระป๋องน้ำมันเครื่องไม่ว่ายี่ห้อไหนหรือเกรดไหน จะมีตัวเลขแสดงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องระบุชัดเจน โดยตัวเลขนี้คือค่ามาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ หรือ Society of Automotive Engineers (SAE) ที่แสดงถึงค่าความหนืดหรือความข้นใสของน้ำมันเครื่อง โดยกำหนดเป็นชุดตัวเลขระบุรายละเอียดที่อุณหภูมิสูงและต่ำ เช่น 5W-30, 10W-40, 15W-40 เป็นต้น

อ่านค่าความหนืดน้ำมันเครื่องอย่างไร

น้ำมันเครื่องที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะระบุค่าความหนืดน้ำมันเครื่องเป็นแบบเกรดรวม หรือ multigrade คือจะระบุค่าความหนืดด้วยกัน 2 ค่า ตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่อง Dynamic Semi Synthetic จาก PTT Lubricants กระป๋องนี้ มีค่าความหนืดอยู่ที่ 15W-40 จากนั้นให้แยกตัวเลขออกป็น 2 ชุดคือ 15W และ 40

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ตัวเลขชุดหน้า “15W” ถ้าสังเกตดีๆ จะมีตัวอักษร W ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Winter” เป็นชุดตัวเลขที่ใช้กำหนดค่าอุณหภูมิในเขตเมืองหนาว หรือในกรณีที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ส่วนตัวเลข 15 ก็คือค่าความต้านทานการเป็นไขนั่นเอง ซึ่งในบ้านเราที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 19-38 องศาเซลเซียส ดังนั้นเราจึงไม่ต้องสนใจเลขชุดหน้ามาก แต่ถ้าหากเป็นเมืองนอกที่มีอากาศหนาวไปจนขั้นติดลบ ตัวเลขชุดนี้จะมีความสำคัญมากๆ เลยเชียว

ส่วนตัวเลขชุดหลัง คือ “40” ซึ่งแทนค่าความหนืดออกมาเป็นตัวเลข เช่น 60, 50, 40, 30, 20 หรือ 10 โดยค่าตัวเลขยิ่งมากก็จะยิ่งมีความหนืดมาก ตัวเลขนี้จะทำงานเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส น้ำมันเครื่องจะมีค่าความหนืดในการมีประสิทธิภาพปกป้องเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 40  อย่างไรก็ตามรถยนต์ที่ใช้งานมาเกิน 100,000 กิโลเมตร บรรทุกหนัก หรือใช้ความเร็วสูงบ่อยๆ ควรเพิ่มค่าความหนืดให้มากขึ้นกว่าตามที่คู่มือระบุจาก 40 เป็น 50 เป็นต้น

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ค่าความหนืดสำคัญอย่างไร

เหตุผลง่ายๆคือความหนืดมีผลโดยตรงกับเครื่องยนต์ ลองนึกดูเมื่อเราสตาร์ทรถในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่หากเราเลือกใช้น้ำมันที่มีความหนืดเกินไป น้ำมันเครื่องจะไหลเข้าสู่ระบบหล่อลื่นไม่เหมาะสม ในทางกลับกันถ้าเราเลือกความหนืดที่เหลวเกินไปในช่วงที่มีความร้อนสูงน้ำมันเครื่องจะไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการซีดจางของเครื่องยนต์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์การเร่งความเร็วและการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นการเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องจะต้องสอดคล้องกับอุณหภูมิโดยรอบ และลักษณะการใช้รถของเราด้วย

Knowledge of engine oils that you should know It is normal for people with cars. Because when reaching a distance of 5,000 – 10,000 kilometers or 6 months, we have to have an appointment to see a mechanic to change the engine oil according to the distance. But what is not normal is when a technician asks if “

Known engine oil viscosity

If you look carefully On the side of the engine oil can, no matter what brand or grade There will be a number showing the viscosity of the engine oil clearly identified. This number is the engine oil standard of the S

How to read engine oil viscosity?

All commercially available engine oils indicate the viscosity of the engine oil as a multigrade. Or multigrade, which is to specify two viscosity values, for example, Dynamic Semi Synthetic engine oil from PTT Lubricants

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282