การตรวจเช็คระบบเบรค

การตรวจเช็คระบบเบรค โดยปกติเราควรเปลี่ยนผ้าเบรคทุก 50,000 – 80,000 กม. สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ถ้าเป็นรถเกียร์อัตโนมัติควรเปลี่ยนทุก 50,000 กม. ส่วนน้ำมันเบรคควรเปลี่ยนทุก 40,000 กม.

การตรวจสภาพและระดับน้ำมันเบรค

ตรวจระดับน้ำมันเบรคที่กระปุกน้ำมันเบรคต้องมีระดับไม่ต่ำกว่า Min และไม่เกินระดับ Max ที่ข้างกระปุกน้ำมันเบรค

ถ้าสภาพน้ำมันเบรคมีสีดำ แสดงว่าลูกยางเบรคเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคใหม่ และควรเปลี่ยนลูกยางเบรคใหม่ด้วย

น้ำมันเบรคสามารถทำปฏิกิริยากับสีรถได้ ดังนั้นควรใช้ความระมัดระวังในการเติมอย่าให้เกินระดับ Max เพราะเมื่อรถวิ่งน้ำมันเบรคอาจกระเฉาะไปโดนตัวถังรถได้

ไม่ควรใช้น้ำมันเบรคที่เปิดฝาไว้แล้วเกินกว่า 1 ปี เนื่องจากน้ำมันเบรคเป็นสารดูดความชื้น น้ำมันเบรคอาจเสื่อมสภาพเนื่องจากจุดเดือดลดลง ส่งผลให้น้ำมันเบรคเดือดได้ง่ายเมื่อใช้งานเบรคอันจะมีผลต่อประสิทธิภาพการเบรค

ระดับน้ำมันเบรคพร่องจากปกติ เกิดจากการรั่วที่ลูกยางแม่ปั๊มเบรค รั่วที่ลูกยางในปั๊มล้อหรือที่ซีล(ลูกยาง)ในคาลิปเปอร์ หรือรั่วที่ท่อยางเบรค

การทดสอบหม้อลมเบรคเบื้องต้น

เนื่องจากหม้อลมเบรคใช้สุญญากาศในการเพิ่มแรงเบรคจากแป้นเหยียบเบรค โดยอากาศในหม้อลมเบรคจะถูกดูดเข้าท่อร่วมไอดีเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ดังนั้นถ้าดับเครื่องยนต์แล้วหม้อลมเบรคก็ยังเป็นสุญญากาศอยู่ให้เหยียบเบรคใช้งานได้อีกประมาณ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นสุญญกาศในหม้อลมเบรคก็จะหมดลง ส่งผลให้การเหยียบเบรคต้องใช้แรงมากขึ้น 

เราสามารถทดสอบหม้อลมเบรคง่ายๆด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ดับเครื่องยนต์แล้วเหยียบเบรคจนสุดประมาณ 5 ครั้งแล้วเหยียบเบรคค้างไว้
  2. ให้ทำการ Start เครื่องยนต์ โดยที่ยังเหยียบเบรคค้างไง้ เบรคจะต้องจมลึกลงไปเล็กน้อย
  3. ยังคงเหยียบเบรคคาไว้แล้วดับเครื่อง รอประมาณ 30 วินาที ความสูงแป้นเบรคจะต้องไม่เปลี่ยนแปลง
  4. ปล่อยเท้าจากเบรคแล้ว Start เครื่องยนต์อีกครั้งเป็นเวลา 1 นาที แล้วดับเครื่อง เหยียบเบรคหลายๆ ครั้ง การเหยียบแต่ละครั้งจะรู้สึกว่าแป้นเบรคหนักและสูงขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะว่าสูญญากาศในหม้อลมลดลงซึ่งเป็นเรื่องปกติ

การทดสอบระบบเบรค

ขับรถที่ความเร็วประมาณ 40 กม.ต่อชั่วโมง จับพวงมาลัยหลวมๆ แล้วทำการเหยียบเบรคลงไปทันที แล้วสังเกตการหมุนของพวงมาลัย ถ้าไม่หมุนแสดงว่าปกติ ถ้าพวงมาลัยหมุนควรไปตรวจเช็คระบบเบรคอย่างละเอียด

หากพวงมาลัยหมุนไปทางซ้าย : เบรคล้อซ้ายทำงานเร็วกว่าล้อขวา

หากพวงมาลัยหมุนไปทางขวา : เบรคล้อขวาทำงานเร็วกว่าล้อซ้าย

ถ้ามีเสียงขณะเหยียบเบรค อาจเกิดจากผ้าเบรคหมด ผ้าเบรคร้อนจัด มีเศษหินไปติดในจานเบรค ผิวหน้าผ้าเบรคแข็งเป็นเงามัน ลูกปืนของล้อรถสึกหรอหรือหลวมมาก ลูกยางเบรคเสื่อมสภาพ

การตรวจเช็คระบบเบรค

Normally, we should change brake pads every 50,000 – 80,000 km for manual gear cars. If it is an automatic transmission, change every 50,000 km. Brake fluid should change every 40,000 km.

Checking condition and brake fluid level

Check the brake fluid level at the brake fluid bottle. Must be at least Min and no more than the Max at the side of the brake fluid.

If the brake fluid condition is black Indicating that the brake shoes wear out Should change the brake fluid And should change the brake shoes as well.

Brake fluid can react with the color of the car Therefore, be careful when adding. Do not exceed the Max level because when the car runs, brake fluid may break into the car body.

Brake fluid should not be used for more than 1 year since brake fluid is a desiccant. Brake fluid may deteriorate due to the boiling point decreasing. Resulting in brake fluid to boil easily when using the brake which will affect the brake performance.

Normal brake fluid level Caused by a leak on the mother of the brake pump, the leak of the rubber in the wheel pump or the seal (rubber) in the caliper. Or leak at the brake hose

Preliminary brake booster test

As the brake booster uses vacuum to increase the brake force from the brake pedal, air in the brake booster will be sucked into the intake manifold when the engine is running. Therefore, if the engine is turned off and the brake booster is still vacuum, use the brake pedal for another 2-3 times, after which the vacuum in the brake booster will be depleted. Resulting in more force on the brake pedal

We can test the brake booster easily with the following steps

  1. Turn off the engine, then press the brake to the maximum of about 5 times, then hold the brake.
  2. Start the engine while still holding the brake. The brakes must sink a little deeper.
  3. Keep stepping on the brake and turn off the engine. Wait about 30 seconds. The brake pedal height must not change.
  4. Release the foot from the brake. Start the engine again for 1 minute and then turn off the engine. Brake pedal several times. Each step will feel the brake pedal harder and higher continuously. Because the vacuum in the air pot is down, which is normal.

Brake system testing

Drive at a speed of about 40 km per hour. Hold the steering wheel loose. Then stepped on the brake immediately And observe the rotation of the steering wheel If not rotated, it is normal. If the steering wheel rotates, check the brake system thoroughly.

If the steering wheel rotates to the left: the left wheel brake is faster than the right wheel

If the steering wheel rotates to the right: the right wheel brake is faster than the left wheel

If there is a sound while stepping on the brake May be due to brake pads run out. Brake Pad There is a piece of stone stuck in the brake disc. The surface of the brake surface is hard, glossy. The bearings of the wheels are very loose or worn. Brake tire deterioration

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การดูแลรถสีขาวไม่ให้เหลือง

การดูแลรถสีขาวไม่ให้เหลือง

1.หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ หลายคนคิดว่าการจอดรถใต้ต้นไม้นั้นดี เพราะต้นไม้ช่วยบังแดดทำให้รถไม่ร้อนและไม่เหลืองเร็ว แต่ในความเป็นจริงอยากทำให้รถขาวและไม่เหลืองเร็วควรหลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ เพราะเมื่อเราจอดรถใต้ต้นไม้แน่นอนอาจมีกิ่งไม้ใบไม้ฝุ่นหรือยางพาราทำให้รถของคุณมีริ้วรอยและคราบสกปรก หรือหากคุณโชคไม่ดีอาจมีมูลนกอยู่เช่นกันมูลนกเป็นอันตรายมากสำหรับรถยนต์ โดยเฉพาะถ้าคุณทิ้งไว้เป็นเวลานานมันจะสามารถกัดสีรถได้

2.หลีกเลี่ยงการจอดรถในที่ที่มีแสงแดดจัด แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์สีขาวเปลี่ยนเป็นสีขาวและเหลืองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าเพื่อน ๆ ต้องจอดกลางแดด ซึ่งเปิดเป็นประจำและระยะเวลาหลายชั่วโมงเมื่อถึงเวลาต่อเนื่องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสีของรถยนต์ของเพื่อนจะค่อยๆเปลี่ยนสีแน่นอน (ไม่ใช่แค่รถสีขาว) แม้ว่าจะเปรียบเทียบกับรถที่จอดในที่ร่มก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นกรณีนี้หรือไม่เป็นวิธีที่ดี ควรหาที่กำบังหรือหาที่จอดรถที่มีหลังคาหรือที่บังแดด

3.ล้างรถและเคลือบสีเป็นประจำ แน่นอนเราควรล้างรถอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อกำจัดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกในรถ รวมถึงคราบหรือคราบแน่น ๆ แต่ถ้าเป็นรถสีขาวควรล้างสัปดาห์ละครั้งและเพิ่มการเคลือบเพื่อช่วยรักษาความเงางามของรถยนต์ปกป้องสีรถจากคราบสกปรกต่าง ๆ ช่วยให้รถสีขาวชะลอความเร็วลงเป็นสีเหลืองเช่นกัน

4.ใช้ดินน้ำมันขจัดคราบไคลและขัดสีรถบ้าง ดินน้ำมันช่วยขจัดคราบสกปรกอย่างแน่นหนา สามารถดูดซับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ในสีรถยนต์ หากคุณเห็นว่ารถของคุณเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองขอแนะนำให้ขัดผิวรถแล้วซับน้ำมัน (สีรถอื่น ๆ สามารถทำได้) หรือทำปีละครั้งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหรือสิ่งสกปรกใน สีรถ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับและเคล็ดลับที่ดีจาก huse99.com จริงๆแล้วไม่ใช่แค่เพื่อน ที่ใช้รถยนต์สีขาว รถสีอื่น ๆ สามารถนำคำแนะนำที่ดีมาใช้กับรถที่เพื่อนรักได้ หากดูแลรถเหมือนใหม่สดใสและสวยใสอย่าลืมซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ดีเช่นกัน สามารถมาเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์บนเว็บไซต์ จะไม่ต้องกังวลหากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นกับรถที่เพื่อนของคุณรัก

การดูแลรถสีขาวไม่ให้เหลือง
Caring for white cars not to turn yellow

1. Avoid parking under a tree. Many people think that it is good to park under a tree. Because the tree protects the car from heat and doesn’t turn yellow quickly But in reality, wanting to make the car white and not yellow quickly should avoid parking under the trees.

2. Avoid parking in direct sunlight. Sunlight is an important factor that causes white cars to turn white and yellow quickly. Especially if you have to park in the sun, which is always on and continuously for many hours, make sure the color of your friend’s car will

3. Regular car washing and coating Of course, we should wash the car at least 1-2 times a month to get rid of dust or dirt in the car. Including stains or tight stains, but if it is a white car, it should be washed once a week and added a coating to help maintain the

4. Use oil to remove stains and polish the car. Clay helps firmly remove stains. Can absorb various impurities in the car’s paint. If you see that your car starts to change from white to yellow, it is recommended to scrub the car and then absorb oil.

All of these are great tips and tricks from huse99.com . Actually, it’s not just friends. Using a white car, other colored cars can bring good suggestions to cars that my friends like. If looking after the car like new, bright and beautiful, don’t forget to buy good car

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง มีความสำคัญมากเพราะเป็นเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ดี เราควรใส่ใจกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อใดและอย่างไรควรทำอย่างไรการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์โดยปกติแล้วการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อรถวิ่งไปถึงระยะทาง 8,000 – 10,000 กม. หรือทุกๆ 6 เดือนไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องจากปิโตรเลียม กึ่งสังเคราะห์หรือสังเคราะห์ แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถด้วยเช่นกันหากใช้รถบ่อย ๆ อาจเปลี่ยนได้ทุก ๆ 5,000 กิโลเมตรหรือทุก ๆ 3 เดือน

ดังนั้นจึงควรพิจารณาระยะการขับขี่ ร่วมกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง
รถทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้บ่อย มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเช่นกัน เพราะน้ำมันเครื่องจะทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้มันเสื่อมสภาพอย่างต่อเนื่องยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละภูมิประเทศอีกด้วย ตัวอย่างเช่นหากอากาศหนาวทำให้

รถสตาร์ทยาก ในระหว่างที่เราค่อยๆสตาร์ทรถ การเผาไหม้ยังไม่สมบูรณ์พอ การทำให้เกิดคราบน้ำมันที่เกิดจากการไม่ถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์อาจผสมกับน้ำมันเครื่องซึ่งทำให้น้ำมันเปลี่ยนไปควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องควบคู่กับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพื่อช่วยให้น้ำมันเครื่องใหม่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเราควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถยนต์ของเรามีประสิทธิภาพในการใช้งานเป็นเวลานาน

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

Oil change It is very important because it is like the blood vessels that nourish the engine to work well. We should pay attention to when and how to change the oil. How to change the oil to help extend the life of the car. Normally, changing the oil when the car runs to 8,000 – 10,000 km or every 6 months. Whether motor oil from petroleum Semi-synthetic or synthetic But also depends on the use of the car. If used frequently, it can be changed every 5,000 kilometers or every 3 months.

Therefore, the driving distance should be considered Together with the time of change.
The car is left unused often. It is necessary to change the engine oil as well. Because the engine oil will react with the air causing it to deteriorate continuously, it also depends on the weather conditions of each terrain as well. For example, if cold weather causes

The car is difficult to start. While we slowly start the car The burning is not complete enough. Oil stains caused by not burning completely may mix with engine oil, which causes the oil to change. The oil filter should be changed together with the oil change. To help the new engine oil be used more efficiently, we should check the oil level regularly. For our cars to be effective for a long time.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

Yamaha YZF-R6

Yamaha YZF-R6 Super Sport Bike Class 600 CC Bigbike ที่ได้รับการออกแบบและออกแบบให้ดูทันสมัยสวยงามและคล้ายกับพี่ใหญ่อย่าง “YZF-R1” R 6 2017 ถือเป็นการพัฒนา ขยายจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ได้ปรับปรุงการควบคุมหลักการอากาศพลศาสตร์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตำแหน่งนั่งที่สามารถขับได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

รถจักรยานยนต์นานาชาติเยอรมนีและที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 38 ยามาฮ่าได้ประกาศเปิดตัวยามาฮ่า R6 อย่างเป็นทางการในราคา 549,000 บาท ในเวลานั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อคลาส 600 ซีซีที่ดุร้ายในเรื่องของเครื่องยนต์และราคาจริง

เป็น บิ๊กไบค์ ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ด้วยไฟหน้าคู่แบบใหม่ ใช้ไฟเป็นแบบ LED ไฟเลี้ยวหน้าอยู่ตรงกระจกทั้งสองข้าง โดดเด่นเป็นอย่างมากใช้ไฟเป็นแบบ LED ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ส่วนท้ายถูกออกแบบให้เป็น “แอร์โรไดนามิค” ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ Up-side Down 43 มม. ของ KAYABA

ปรับตั้งค่าได้แบบเดียวกับ R1 ล้อหน้าเป็นแบบล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ยางหน้าขนาด 120/70 ZR 17 ระบบเบรกหน้าเป็นแบบ ดิสก์คู่ขนาด 320 มม. ปั้มเบรค 4 ลูกสูบ Monoblock ของ BREMBO 

เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ไททาเนี่ยม ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด กำลังเครื่องยนต์ที่ได้ 87.1 kW 118.4 แรงม้า ที่ 14,500 รอบ/นาที แรงบิด 65.7 นิวตันเมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์ อัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์ 13.1 : 1

มีระบบจุดระเบิดแบบ (TCI) Transistor Controlled lgnition หน้าปัดเรือนไมล์เป็นแบบดิจิตอล ผสานกับแบบอนาล็อก แสดงผลระดับความเร็ว ระดับเกียร์ ระดับความร้อน และโหมดต่างๆ ส่วนวัดรอบเครื่องยนต์เป็นแบบอนาล็อก สามารถปรับโช้คได้เต็มรูปแบบ 

Yamaha YZF-R6
Yamaha YZF-R6

Yamaha YZF-R6 Super Sport Bike Class 600 CC Bigbike that has been designed and designed to look modern, beautiful and similar to the big brother “YZF-R1” R 6 2017 is considered a development. Expanded from the previous version, electronically improved aerodynamic control, a more comfortable sitting position

that can be driven more comfortably. This R 6 2017, officially released at At the 38th Bangkok Motor Show, Yamaha announced the official launch of the Yamaha R6 at a price of 549,000 baht. At that time it was known as the fierce 600cc class of engines and Real price

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

BMW S1000RR 2020

BMW S1000RR 2020

BMW S1000RR 2020 ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งที่นั่งที่เหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ บริเวณส่วนท้าย และแป้นวางเท้า เพื่อให้สามารถรองรับได้ดียิ่งขึ้น สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระสูงขึ้น รวมทั้งสามารถปกป้องหัวเข่าได้ดียิ่งขึ้น ชุดโคมไฟหน้าแบบ LED ช่วยเสริมรูปลักษณ์ที่สวยงาม ดุดัน คล่องแคล่วว่องไว ไฟเลี้ยวติดตั้งที่ขอบกระจกมองหลัง เสริมความเพรียวและยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น ส่วนท้ายของ S1000RR ใหม่ เป็นครั้งแรกที่รวมไฟเลี้ยว ไฟเบรก และไฟท้าย แบบ LED ไว้ในชุดเดียวกัน นี่คือการเน้นความสำคัญทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ตามสโลแกน All-in-one

BMW S1000RR 2020

BMW S1000RR [2020] คือสุดยอด SUPERBIKE สำหรับทุกสภาพการขับขี่ มาพร้อมเฉดสีแบบ Motorsport อันทรงพลัง และสีแดงฉูดฉาด ที่พร้อมจะสะกดสายตาของผู้พบเห็น มั่นใจได้ด้วยการรับประกันคุณภาพเป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมแพ็คเกจบริการ Service Inclusive ที่ครอบคลุมบริการบำรุงรักษามาตรฐานทั้งหมดทุกรายการ อะไหล่ และน้ำมันเครื่อง ADVANTEC ของแท้ของ BMW Motorrad

BMW S1000RR 2020

ขนาดและมิติตัวรถของ BMW S1000RR มาพร้อมบอดี้ที่มีความกว้าง 84.80 ซม. (รวมกระจกมองหลัง), ความยาว 207.30 ซม., ความสูง 115.10 ซม. (ไม่รวมความสูงของกระจกมองหลัง), เบาะนั่งมีความสูงจากพื้น 82.40 ซม., ระยะระหว่างขา 182.70 ซม., น้ำหนักตัวรถ 210.00 กก. และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 407 กก.

สเปค BMW S1000RR 2020

• เครื่องยนต์ : 4 จังหวะ 4 สูบเรียง
• ระบบบวาล์ว : DOHC 4 วาล์ว/ลูกสูบ (วาวล์ไทเทเนี่ยม)
• ปริมาตรกระบอกสูบ : 999 ซีซี.
• ระบบระบายความร้อน : ระบายความร้อนด้วยน้ำ และน้ำมัน
• กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 80.0 x 49.70 มม.
• กำลังอัด : 13.3 : 1
• ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง : หัวฉีด ระบบอิเล็คทรอนิกส์ แปรผันตามรอบเครื่องยนต์
• ระบบคลัทช์ : คลัทช์เปียกซ้อนกันหลายแผ่น พร้อมระบบ Anti hopping
• ระบบสตาร์ท : สตาร์ทมือ ระบบไฟฟ้า
• ระบบเกียร์ : 6 สปีด
• ระบบขับเคลื่อน : โซ่ 17/45
• ชนิดของโครงรถ : Bridge-type frame, Cast Aluminium, Load-bearing engine
• ระบบกันสะเทือน หน้า : โช้คหัวกลับ ขนาด Ø 45 มม. ปรับตั้งค่าความหนืด และการยุบตัวของสปริงได้
• ระบบกันสะเทือน หลัง : โช้คเดี่ยว, WSBK สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมปรับตั้งค่าความหนืด และการยุบตัวของสปริงได้
• ระบบเบรค หน้า : ดิสก์เบรคคู่ 320 มม. คาลิปเปอร์เบรคสี่ลูกสูบ
• ระบบเบรค หลัง : ดิสก์เบรคเดี่ยว 220 มม. คาลิปเปอร์เบรคลูกสูบเดี่ยว
• ระบบ ABS : BMW Motorrad Race-ABS (Part-integral) เลือกเปิด-ปิดได้
• ล้อ : ล้อแม็กซ์ อลูมิเนียม
• ยางล้อหน้า : 120/70 ZR 17
• ยางล้อหลัง : 190/55 ZR 17
• ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง : 16.50 ลิตร
• น้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง : ประมาณ 4 ลิตร
• ประเภทน้ำมันเชื้องเพลิง : เบนซินไร้สารตะกั่ว ค่าออกเทน 95 ขึ้นไป


ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เทคนิคง่ายๆการล้างแอร์รถยนต์

วันนี้เรามานำเสนอ เทคนิคง่ายๆการล้างแอร์รถยนต์ ประเทศไทยของเราเริ่มที่จะเข้าหน้าร้อนแล้ว และเมื่อเราใช้รถในตอนกลางวัน ถ้าหากเกิดเหตุการณ์แอร์ไม่เย็นเราจะทำยังไง หรือจอดรถกลางแดดแล้วแอร์ไม่เย็น มาดูกันเลยค่ะ

เทคนิคง่ายๆการล้างแอร์รถยนต์
เทคนิคง่ายๆการล้างแอร์รถยนต์
  1. ล้างตู้แอร์แบบถอดตู้
    เริ่มต้นด้วยการขันน็อตใต้คอนโซล จากนั้นถอดน็อตพัดลมของเครื่องปรับอากาศและปลั๊กสายไฟจากนั้นนำแอร์และตู้พัดลมออกและนำเครื่องระเหยออกไปล้างในมุมต่าง ๆ ด้วยวิธีนี้ต้องเพิ่มเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง เปลี่ยนเครื่องเป่าเป็นวาล์วความดัน
  2. ล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้
    โดยการฉีดโฟมเพื่อทำความสะอาดคอยล์อากาศตลอดรอให้โฟมละลายประมาณ 15-20 นาทีและอาจใช้แปรงสีฟันแปรงปัดฝุ่นที่เหลืออยู่ออก จากนั้นฉีดน้ำเพื่อทำความสะอาดในขั้นตอนสุดท้ายวิธีนี้เหมาะสำหรับรถรุ่นใหม่
  3. ฉีดสเปรย์ทำความสะอาดกล่องแอร์ วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องรื้อแอร์ ใช้น้ำยาทำความสะอาดสเปรย์ฉีดให้ทั่วเครื่องระเหยทิ้งไว้ 30 นาทีจนโฟมละลายจากนั้นคราบจะค่อยๆไหลออกมาด้วยน้ำในอากาศผ่านท่อระบายน้ำ
เทคนิคง่ายๆการล้างแอร์รถยนต์

Today we present Simple techniques to clean the car’s air. Our Thailand is starting to enter the hot season. And when we use the car during the day If the air conditioner doesn’t cool, what should we do? Or parked in the sun and the air conditioner is not cold. Let’s see

Simple techniques to clean the car’s air conditioner
  1. Clear the removable air box
    Begin by screwing under the console. Then, unplug the air conditioner’s fan nut and power cable plug, then remove the air conditioner and fan cabinet and remove the evaporator for washing at different angles. In this way, the air conditioner must be added again. Change the dryer into a pressure valve.
  2. Clean the air without removing the cabinet
    by spraying foam to clean the air coil, waiting for the foam to dissolve for 15-20 minutes and May use a toothbrush to brush off the remaining dust Then spray the water for final cleaning. This method is suitable for new car models.
  3. Spray the air box cleaner. This method does not need to dismantle the air conditioner. Use the cleaning solution, spray all over the evaporator, leave for 30 minutes until the foam dissolves, then the stain will gradually flow with the water in the air through the drain.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

วิธีการดูแลใส้กรองอากาศด้วยตัวเอง

วิธีการดูแลใส้กรองอากาศด้วยตัวเอง ตัวกรองอากาศมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้พอดีกับเครื่องยนต์โดยไม่ต้องกังวล เราทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้เพื่อลดประสิทธิภาพของตัวกรองอากาศและทำให้เกิดความผิดปกติ วันนี้เราเลยมาพร้อมกับวิธีดูแลไส้กรองอากาศรถยนต์ และ การทำความสะอาดไส้กรองอากาศรถยนต์ ด้วยตัวเองง่ายๆมาฝากกันครับ

วิธีการดูแลใส้กรองอากาศด้วยตัวเอง
วิธีการดูแลใส้กรองอากาศด้วยตัวเอง

1.นำกรองอากาศออกมาจากหม้อกรอง
2.นำแปรงที่เตรียมไว้ ปัดฝุ่น สิ่งสกปรก ออกจากกรองอากาศให้หมด
3. หากต้องการล้างทำความสะอาด จะใช้สำหรับไส้กรองที่เป็นแบบผ้า หรือ ใยสังเคราะห์ ไม่ควรนำไส้กรองแบบกระดาษมาล้างทำความสะอาด
4. ฉีดน้ำยาล้างกรองอากาศ หรือ น้ำยาล้างจาน ฉีดทั่วทั่วกรองอากาศ จากนั้นปล่อยไว้
5. เมื่อล้างด้วยน้ำสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้นำไปตากแดดให้แห้ง ย้ำว่าต้องแห้งจนไม่มี ละอองน้ำอยู่
6.หากมีน้ำยาเคลือบกรองอากาศก็สามารถนำออกมาพ่นให้ทั่วได้เลย โดยทิ้งไว้ให้แห้งอีกครั้ง

อายุการใช้งานของไส้กรองอากาศสั้นหรือยาว ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้รถแต่ละคน โดยทั่วไปตารางเวลาการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 20,000-40,000 กม. เราควรถอดแผ่นกรองเพื่อตรวจสอบ แต่ระวังอย่าดึงด้วยความรุนแรงต้องแกะช้าๆและนอกจากนี้เพื่อให้รถพร้อมใช้เสมอ

How to clean the air filter

1. Remove the air filter from the filter pot. 2. Remove the dust brush from the air filter.
3. If you want to clean it Will be used for filters that are fabric or synthetic fabrics. Paper filters should not be washed and cleaned. 4. Injection of air filter or dishwashing liquid all over the air filter. Then leave.
5. After washing with clean water is complete. To be dried in the sun. Stressing that it must be dry until there is no Water droplets.
6. If there is an air filter coating, it can be sprayed all over By letting it dry again.

The service life of the air filter is short or long. Depending on the usage of each car user. In general, the filter replacement schedule must be changed every 20,000-40,000 km. We should remove the filter for inspection. But be careful not to pull with violence, have to slowly unpack and also to make the car always ready to use.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

10 สิ่งเกี่ยวกับรถยนต์ที่ควรตรวจสอบเป็นนิสัย

10 สิ่งเกี่ยวกับรถยนต์ที่ควรตรวจสอบเป็นนิสัย เชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงอยากให้รถสุดรักอยู่กับเราไปนานๆ วันนี้ เลยขอแนะนำเรื่องเกี่ยวกับรถที่ควรเช็คให้เป็นนิสัย ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาอายุการใช้งานแล้ว ยังช่วยให้เราประหยัดเงินค่าบำรุงรักษาและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกด้วย

1. สัญญาณเตือนหน้าปัดทุกครั้งมีความหมาย

สังเกตว่าทุกครั้งที่เราสตาร์ทรถจะมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์เข็มขัดนิรภัยน้ำมันเครื่องระดับความร้อนและระดับน้ำมันสัญลักษณ์แต่ละอันมีสีที่แตกต่างกันซึ่งหมายถึงสีเขียว หมายถึงปกติสีเหลืองเป็นคำเตือน แต่ยังคงสามารถใช้งานได้ สีแดงหมายถึงอันตรายหยุดใช้รถและตรวจสอบความผิดปกติทันทีทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐาน แต่มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่บางคนมองข้ามและตระหนักได้อีกครั้งเมื่อเกิดความเสียหาย

2. ไฟส่องสว่างคือความปลอดภัยทั้งของเราและคนอื่น

ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณเป็นสิ่งที่เราใช้ทุกครั้งขณะขับขี่ แต่เรามักจะละเลยว่าไฟเหล่านี้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าไฟท้ายไฟเลี้ยวหรือไฟเบรกอุปกรณ์เหล่านี้สึกหรอ เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนน และอุบัติเหตุเป็นสาเหตุของอายุการใช้งานรถยนต์ที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น

3. รถเราก็ต้องการน้ำเหมือนกัน

ไม่ใช่แค่ร่างกายมนุษย์เท่านั้นที่ต้องการน้ำ แต่รถเองก็เช่นกัน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค น้ำกลั่น น้ำหล่อเย็น เป็นต้น เราต้องหมั่นตรวจเช็คน้ำเหล่านี้ให้เป็นนิสัย เพราะทุกน้ำมีความสำคัญและส่งผลถึงทุกการทำงานของรถที่คุณรัก เสียเวลาตรวจเช็คไม่มากแต่ดีกว่าต้องมาเสียเงิน

4. ถ้าแอร์ไม่เย็นจะเป็นเรื่อง

คิดเกี่ยวกับสภาพอากาศปัจจุบันที่แผดเผาทุกฤดูกาลเช่นนี้ ถ้าวันหนึ่งเครื่องปรับอากาศรถยนต์แตกก็ไม่สนุกแน่นอน ดังนั้นควรระมัดระวังไม่ให้เครื่องฟอกอากาศหมดเพราะนอกจากจะทำให้อากาศร้อนแล้วยังทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้นและอาจล้มเหลวก่อนกำหนดในที่สุด

5. กระจกเบลอหรือเธอไม่ชัด

อีกสิ่งที่สำคัญคือกระจกในทุกตำแหน่ง ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับวิสัยทัศน์ในการขับขี่ อย่าลืมรักษากระจกให้สะอาด เช็คให้ถูกตำแหน่งกับสายตาเรา เรื่องกระจกนี้ยังรวมไปถึงการตรวจเช็คที่ปัดน้ำฝนให้มั่นใจว่ายังไม่เสื่อมสภาพด้วย

6.ควรเช็คลมยางเป็นประจำ

มีรถยนต์หลายรุ่น ยางมีหลายขนาดและใช้ความกดอากาศต่างกัน สิ่งที่เราควรทำคือตรวจสอบยางเป็นประจำ นอกจากนี้ควรตรวจสอบยางรถยนต์ว่าหายไปหรือไม่ หรือสามารถตั้งค่าได้จนถึงจุดที่หากไม่ได้ยอดเยี่ยมจริงๆต้องเปลี่ยนทุก 2 ปี

7. เลขไมล์บอกอายุรถ

นอกเหนือจากการนับปีที่เราซื้อไปแล้วต้องดูอายุการใช้งานของรถยนต์กี่กิโลเมตรที่เราใช้เพื่อให้เราสามารถนำรถไปตรวจสอบสภาพได้อย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ยืดอายุการใช้งานของรถยนต์และลดค่าใช้จ่าย การซ่อมรถก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สำคัญหากมีแผนการขายรถอย่าลืมว่าราคาของรถมือสองตอนนี้ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งาน

8. ใครขับ คนนั้นเช็ค

ต่อให้คุณมีคนทำงานบ้านที่ดูแลรถให้ แต่เมื่อคนที่ขับรถคือคุณ เพราะฉะนั้นก่อนใช้และระหว่างใช้รถแต่ละครั้งให้สังเกตสภาพรถด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงประเมินสภาพตัวเองด้วยว่าอยู่ในสภาพพร้อมขับรถหรือไม่

9. ราคาน้ำมันต้องติดตาม

ราคาน้ำมันมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของเรา เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการใช้รถหลักเป็นเชื้อเพลิงนี้ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่คุณจะไม่ติดตามราคาน้ำมัน และนอกเหนือจากการดูราคาอย่าลืมตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าชนิดของเชื้อเพลิงที่คุณใช้นั้นเหมาะสำหรับรถของเราเช่นกัน

10. ทำประกันและเสียภาษีไว้อุ่นใจกว่า

รถทุกคันจำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ตาม พรบ.เพื่อนำไปเสียภาษี ดังนั้น เราต้องหมั่นตรวจเช็คเสมอว่ารถของเรา ประกันหมดอายุแล้วหรือยัง หรือเสียภาษีตามกำหนดหรือไม่ หากเกิดอุบัติเหตุ จะได้มีประกันในการบรรเทาความเดือดร้อนให้เราได้และไม่ทำผิดกฎหมายจราจรด้วย

10 สิ่งเกี่ยวกับรถยนต์ที่ควรตรวจสอบเป็นนิสัย
10 สิ่งเกี่ยวกับรถยนต์ที่ควรตรวจสอบเป็นนิสัย

10 things about cars that should be checked as a habit Believe that no matter who you would like a beloved car to be with us for a long time today, I would like to recommend a matter about cars that should be checked in habit. Which aside from helping to preserve the service life Can also help us save money on maintenance costs and increase road safety.

1. Alarm every time the dialer has a meaning.

Notice that every time we start the car, there will be various symbols, whether it is the engine system, the safety belt, the engine oil, the heat level and the oil level, each symbol has a different color. Aside, which means green Means normal, yellow is a warning But can still be used Red means danger, stop using the car and immediately check for faults, all of which are fundamental. But it is a fundamental matter that some people overlook and once again realize when it is damaged.

2.Lighting is the safety of both us and others

Illumination and signal lights are what we use every time we drive. But we tend to neglect whether these lights are in 100% usable condition, whether they are front lights, rear lights, turn signals or brake lights. Is the cause of road accidents And accidents are the cause of a shorter car lifetime than it should be.

3. Our cars also need water.

Not just the human body needs water. But the car itself is also Both fuel Engine oil, gear oil, brake fluid, distilled water, coolant etc. We have to regularly check these habits. Because every water is important and affects every function of your beloved car. No more wasting time checking, but better than having to waste money.

4. If the air conditioner is not cool, it will matter

Think about the current scorching weather conditions of all seasons like this. If one day the car air conditioner is broken, definitely not fun. So be careful not to let the air purifier run out, as it will not only heat the air, it will also cause the compressor to work harder and may fail prematurely.

5. The glass is blurry or she is not clear.

Another important thing is the glass in every position. Which is directly related to driving vision Don’t forget to keep the glass clean. Check to be correctly positioned with our eyes. This glass also includes checking the windshield wipers to ensure they are not deteriorated.

6. Should check the tires regularly.

There are many car models. There are many sizes of tires and they use different air pressure. What we should do is check the tires regularly. In addition, the tires should be checked for missing or not. Or can be set to the point that if not really excellent, must change every 2 years.

7. Mileage number indicating vehicle age

In addition to counting the years we have bought, we have to look at how many kilometers of the car we use so we can have the car checked for the condition correctly as specified, extend the lifespan of Cars and reduce costs Fixing a car is another important way. If you have a car sale plan, don’t forget that the price of a secondhand car now depends on its useful life.

8. Who’s that person to check?

Even if you have a domestic worker who takes care of the car But when the person who drives you is you Therefore, before using and during each use of the car, observe the condition of the car to see if there is anything wrong. As well as assessing yourself whether you are in a driving condition or not.

9. Gasoline prices must be tracked

Oil prices have a profound effect on our lives. Since the cost of using the main vehicle is this fuel, there is no reason why you will not keep track of fuel prices. And aside from looking at the price, don’t forget to check to make sure the type of fuel you use is suitable for our cars as well.

10. Insure and pay tax more peace of mind

All vehicles must have car insurance according to Act to pay taxes, so we must always check that our cars Has the insurance been expired? Or pay tax as scheduled or not If there is an accident Will have insurance to alleviate our suffering and not violate traffic laws as well.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

Kawasaki Ninja H2R

Kawasaki Ninja H2R  เปิดขาย ถ้าตีเป็นเงินไทยจะตกอยู่ที่ ราคา 1,956,845 บาท ซึ่ง ยังไม่ได้รวมภาษีนำเข้า VAT% อื่นๆ อีก แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ อยากจะบอกว่า ไม่ใช่ว่าคุณมีเงินก็จะสามารถซื้อเจ้าได้นะครับ เพราะตามกฎแล้ว Kawasaki ได้ออกมาพูดเองว่า จะต้องมีทีมแข่งเฉพาะถึงจะสามารถซื้อ Bigbike เอช2อาร์ คันนี้ได้

แต่ก็ยังมีกฎเหล็กอีกหลายข้อก่อนที่จะสั่งซื้อได้ เช่นห้ามนำไปวิ่งในถนนทั่วไป หรือถนนสาธารณะโดยเด็ดขาด ห้ามนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันแบบรถปกติทั่วไปนั่นเอง จำกัดใช้เฉพาะในสนามแข่งหรือซ้อมเท่านั้น เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆของตัวรถนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ขับขี่แบบทั่วไปเช่น ZX10R ,ZX10RR และ H2 รุ่นธรรมดานั้นเอง

ทุกคนรู้จักกันในชื่อรถที่มีระบบ “Super Charger” ช่วยเพิ่มพลังเครื่องยนต์ ส่งผลให้เกิดการเร่งความเร็วที่รวดเร็วและน่าตื่นเต้นความแข็งแกร่งที่ตอบสนองนักขับขี่ทุกคนมาพร้อมกับปั๊มเบรคหน้า Brembo ABS โลโก้ Ninja H2R โดดเด่นชัดเจนบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ที่เหนือกว่าแข็งแกร่งและท้าทายยิ่งขึ้นสำหรับทุกรุ่น ที่นั่งของเก้าอี้ซ้อนท้ายถูกตัดเป็นก้นมดและถูกออกแบบให้เป็นอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยในการติดตามอากาศได้ดีขึ้น

Kawasaki Ninja H2R
Kawasaki Ninja H2R

Kawasaki Ninja H2R is on sale. If hit in Thai currency, it will fall at the price of 1,956,845 baht, which does not include any other VAT%. However, I would like to say that it is not that you have money, you can buy you OK Because, as a rule, Kawasaki has said that Have to have a dedicated racing team in order to be able to buy this H2R Bigbike.

But there are still many rules before ordering. For example, do not use it to run on general roads. Or public roads is strictly prohibited Do not use in everyday life like a normal car. Limited to use only in race tracks or practice Due to engine power And other information of the car was not created for general driving, such as the ZX10R, ZX10RR and H2. Ordinary version itself.

Everyone is known as a car with “Super Charger” system to increase engine power. The result is fast and exciting acceleration. The strength that responds to all riders comes with Brembo ABS front brake pump. The Ninja H2R logo stands out clearly, indicating a unique, stronger and more challenging for all models. The seats of the stacking chairs are cut into the ants’ feet and are designed to be aerodynamic to help them better track the air.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

Yamaha YZF-R1M

Yamaha YZF-R1M ราคา 1,099,000 บาทได้รับการออกแบบใหม่ จากÖhlinsดั้งเดิมได้เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี Smart EC 2 ERS พร้อมการปรับแต่งเพิ่มเติม และยังพัฒนาระบบ IMU 6 แกนใหม่ซึ่งทำให้บิ๊กไบค์มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการทำงานมันจะรองรับระบบช่วงล่างใหม่นี้

ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วโดยตรงการเบรกและการเข้าโค้งจะทำได้ง่ายขึ้นจากนี้เรายังพัฒนาระบบ (QSS) ที่สามารถปรับให้เหมาะกับระบบ YRC (Yamaha Riding Control) ที่สามารถเลือกได้แม้ขณะขับขี่บน เป็นเจ้าของผ่านหน้าจอแสดงผล TFT Full Color และ Lift Control (LIT) สามารถปรับได้ละเอียดมากขึ้นกว่าเดิมและชุดคาร์บอนสีชุดเครื่องบินใหม่

ด้านหน้าคือการออกแบบที่ทันสมัยพร้อมไฟเลี้ยว LED และไฟหรี่ LED เช่นกัน ไฟเลี้ยวที่โดดเด่นอยู่บนกระจกทั้งสองด้าน ด้านหน้าของรถได้รับการออกแบบมาในแนวสปอร์ตเพื่อช่วยลดแรงลมเช่นกัน ไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวไฟสปอร์ตไฟ LED สัญญาณเลี้ยวแยกและพลิกไฟท้ายพร้อมไฟ LED อีกด้วย

โช้คหน้าแบบ telescopic ขนาด 43 มม. พร้อมแกนโช้คอัพสีทองระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกไฮดรอลิกแบบดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. ในขณะที่ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแขนสวิง (LINK SUSPENSION) ระบบเบรกหลังเป็นดิสก์เบรกไฮดรอลิกขนาด 220 มม. พร้อมเบรค ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 จังหวะขนาดเครื่องยนต์ 998 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำกำลังเครื่องยนต์ 200 แรงม้าที่ 13,500 รอบ / นาทีแรงบิด 112 นิวตันที่ 11,500 รอบ / นาทีด้วยเทคโนโลยีในอนาคตก้านสูบไทเทเนียมพร้อมหน่วยวัดแรงเฉื่อย ( IMU) วัดมุมได้ 6 องศาขนาดสูบ x สโตรก 79.0 x 50.9 ม. อัตราการบีบอัด 13.0: 1

Yamaha YZF-R1M รถมอเตอร์ไซค์ Bigbike ขนาดใหญ่เป็นตัวท็อปจากค่าย ยามาฮ่า มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ ขนาดเครื่องยนต์ที่ให้มาขนาด 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังเครื่องที่ได้ 200 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที

แรงบิด 112 นิวตันเมตร ที่ 11,500 รอบ/นาที พร้อมเทคโนโลยีอนาคตก้านสูบไทเทเนียม ติดตั้ง Inertial Measurement Unit(IMU) วัดมุมองศา 6 แกน องค์ประกอบหลักถูกปรับใหม่ทั้งหมด

Yamaha YZF-R1M

Yamaha YZF-R1M

Yamaha YZF-R1M price 1,099,000 baht, redesigned From the original Öhlins have switched to Smart EC 2 ERS technology with further customization. And also developing a new 6-axis IMU system, which makes Big Bike more efficient by working. It will support this new suspension.

Whether direct acceleration, braking and cornering are easier, we have also developed a system (QSS) that can be adjusted to suit the YRC (Yamaha Riding Control) system that can be

selected even when riding on Owned through a TFT Full Color display and Lift Control (LIT), can be adjusted finer than before, and the new carbon color aircraft set.

The front is a modern design with LED turning lights and LED dimmer lights as well. The outstanding turning lights are on the glass on both sides. The front of the car is designed in a

sporty style to help reduce wind power as well. Redesigned taillights with a sleek appearance, sport lights, LED turn signal and split turn lights with LED lights as well.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<