เทคนิคการขับรถให้มั่นใจ

เทคนิคการขับรถให้มั่นใจ เคยมั้ย? เป็นกังวลทุกครั้งเวลาต้องขับรถออกถนนใหญ่ จะไปไหนก็ไม่ค่อยมั่นใจในเส้นทางและการเข้าเลน

แถมตอนจะถอยจอดที่ไหนขาดความคล่องแคล่วต้องเล็งแล้วเล็งอีกจนเมื่อยกว่าจะสำเร็จ เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดาของคนขับมือใหม่ที่ต้องพบเจอเสมอ เพราะการขับรถให้เก่งนั้นต้องใช้เวลาและประสบการณ์บนท้องถนนที่พบเจอ สั่งสมจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญในการขับขี่ scr888th

โดยในครั้งนี้ เราในฐานะเจ้าของรถที่พึ่งถอยป้ายแดงมาใหม่ ต้องฝึกฝนและเรียนรู้อะไรบ้าง ถึงจะช่วยทำให้ทุกการเดินทางของเราไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย และเป็นสิ่งที่ควรฝึกฝนไว้ให้เกิดประสบการณ์ ตามมาดูกันได้เลย

1. ศึกษาเส้นทางให้ดี ก่อนขับรถไปที่ใหม่

อย่าไว้ใจ Google Map จนเกินไป ยิ่งเวลาที่เราต้องขับรถไปต่างจังหวัด เพราะปกติแล้ว Google จะมองหาเส้นทางที่สั้นและลัดที่สุดเพื่อประหยัดเวลาเดินทางให้เราเสมอ แต่เจ้าเส้นทางที่สั้นที่สุดในต่างจังหวัดนั้นส่วยใหญ่จะเป็นตรอกซอกซอยเล็กๆ และเมื่อออกจะไปที่ไหนสักที่ scr888th

2. ทำความรู้จักส่วนต่างๆ ของรถให้กระจ่าง

ก่อนที่จะเริ่มออกรถ จะดีมากถ้าเรารู้จักส่วนต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานให้แม่นยำ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานสุดๆ อย่างฝาน้ำมันอยู่ข้างไหนของตัวรถ (ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่ายๆ เพียงสังเกตที่เกจน้ำมันว่ามีลูกศรชี้ไปฝั่งซ้ายไหม? ถ้าไม่มีแสดงว่าจุดเติมน้ำมันของรถเราจะอยู่ฝั่งขวา) ไปจนถึงวิธีเปิดกระโปรงหน้ารถที่ถูกต้อง ฝาหม้อน้ำอยู่ตรงไหนจะได้ไม่เผลอไปเปิดตอนเครื่องยังร้อน จะเช็กน้ำมันเครื่องต้องดูยังไง ยางอะไหล่ในรถมีอยู่หรือเปล่า มีสายชาร์จสำหรับเชื่อมแบตเตอรี่เก็บไว้ใช้งานหรือไม่

3. ขับช้าชิดซ้ายไม่แช่เลนขวา สำคัญกว่าที่คิด

ไม่จำเป็นไม่ควรขับรถแช่ขวานานๆ เพราะอาจสร้างความรำคาญและผิดกฏหมายได้!นอกจากจะเป็นมารยาทบนท้องถนนแล้ว ตามกฏหมายจราจรใน พรบ.จราจรทางบก ปี 2522 มาตรา 34 ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า เราต้องขับรถในช่องซ้ายสุดเท่านั้น เว้นแต่ถูกกีดขวาง ปิดการจราจร เมื่อจะแซงหน้ารถคันอื่น หรือเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องทางด้านซ้าย โดยเฉพาะนักขับมือใหม่อย่างเราที่ยังไม่ค่อยมั่นใจในเส้นทาง การเลือกขับรถโดยไม่ใช้ความเร็วมากนักไม่ควรขับแช่ที่เลนขวาเป็นอย่างยิ่ง

4. รักษาช่องทาง เว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้ดี

ถึงความสัมพันธ์จะไม่ควรห่างไกล แต่การขับรถนั้นยิ่งใกล้กลับยิ่งเสี่ยงมากขึ้น! โดยเฉพาะการเบรกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ถ้าไม่เว้นระยะห่างเอาไว้ให้พอกับระยะหยุดรถก็อาจจะจูบท้ายรถคันหน้าได้ ถึงแม้จะไม่มีหลักการที่ชัดเจนระบุเอาไว้ในกฏจราจรว่าควรขับห่างจากรถคันหน้าเท่าไหร่ แต่ก็ควรเว้นระยะเอาไว้ประมาณ 1-2 ระยะคันรถ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพการจราจรในขณะนั้น

เทคนิคการขับรถให้มั่นใจ

Driving techniques to be confident. Have you ever been? I am worried every time I have to drive off the main road. Where to go is not confident in the route and the lane. In addition, when going back and landing where there is lack of fluency, you must aim and aim again until the ache is successful These things are common for a novice driver to always meet. Because driving well takes time and experience on the road. Accumulate driving expertise scr888th

By this time We, as the owner of a new red car What do I need to practice and learn? To help make all our trips to the destination safely And it is something that should be practiced for experience Let’s go see it.

1. Study the path carefully. Before driving to a new place

Do not trust Google Map too much, even when we have to drive to other provinces. Because Google is always looking for the shortest and shortest route to save us travel time. But the shortest path in the provinces is a big tribute to a small alley And when going out, go somewhere.

2. Knowing the parts Of the car to clarify

Before starting the car. It will be great if we know the different parts. Required for precise application From the very basics Like the oil cap on which side of the car (Which we can easily check Just notice the oil gauge has an arrow pointing to the left side? If not, it means that our car’s fueling point is on the right side) to the correct way to open the hood. Where is the lid of the radiator so you won’t accidentally open it while the engine is still hot. How to check engine oil Is there a spare tire in the car? Do you have a charging cable to connect the batteries to keep them in use?

3. Drive slowly, keep left, not soaking on the right lane. More important than you think.

No need, you shouldn’t drive the car for a long time. Because it can be annoying and illegal! In addition to street etiquette According to traffic laws in Road Traffic Act 2522 Section 34 clearly stated that We have to drive in the far left compartment only. Unless obstructed, turn off traffic when overtaking other cars Or when driving at a higher speed than the car in the left lane Especially inexperienced drivers like us who are not yet confident in the route Driving without too much speed should not be so immersed in the right lane.

4. Keep a well-spaced lane with the car in front

Even if the relationship should not be distant. But the closer you drive, the more risky! Especially braking when the scene is unforeseen If you don’t leave enough distance to the stopping time, the car may be able to kiss the rear of the vehicle ahead. Although there is no clear principle stipulated in the traffic rules how far you should drive from the vehicle ahead. However, you should leave a distance of about 1-2 vehicles depending on traffic conditions at that time.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / scr888th

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / scr888th

ทำความรู้จักรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PLUG-IN HYBRID)

ทำความรู้จักรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PLUG-IN HYBRID)  ประเภทยานยนต์ไฟฟ้าและหลักการทำงานเบื้องต้น?การเปิดตัวรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นใหม่ๆ ทำให้หลายท่านอาจเกิดความสงสัย ในการทำงานของระบบ Plug-In Hybrid รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า ว่ามีระบบใดบ้าง และแต่ละระบบทำงานเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร วันนี้วาโวลีนจะพาทุกท่านทำความรู้จักกัน

  1. ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV)
    ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในลูกสูบ เป็นต้นแรงผลักดันหลักผ่านการใช้น้ำมันเตาทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มพลังขับเคลื่อน ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมทั้งสามารถใช้พลังงานกลที่เหลืออยู่หรือไม่ใช้ประโยชน์จากการแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่ ในการจ่ายมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป
  2. Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV)
    เป็นระบบขับเคลื่อนที่พัฒนามาจากระบบไฮบริดแนวคิดนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการการใช้งานร่วมกัน ระหว่างรถยนต์ไฮบริดทั่วไป (HEV) และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% (BEV) สามารถขับเคลื่อนจากสถานีชาร์จภายนอก (ปลั๊กอิน) ทำให้สามารถขับเคลื่อนรถยนต์ได้พร้อมกันจากแหล่งระยะทางที่ต่างกันสองแหล่ง และเพิ่มความเร็วจากไฟฟ้าโดยตรง
  3. แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
    จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการส่งกำลังไปยังรถยนต์โดยเป็นพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เท่านั้น ไม่มีเครื่องยนต์เกี่ยวข้องดังนั้นระยะทางในการขับขี่จะขึ้นอยู่กับการออกแบบ ขนาดและประเภทของแบตเตอรี่รวมทั้งภาระ
  4. รถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV)
    เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเซลล์เชื้อเพลิงที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยตรงจากไฮโดรเจน (H2) เซลล์เชื้อเพลิงมีความจุพลังงานจำเพาะสูงกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทำให้ FCEV เป็นเทคโนโลยีที่ บริษัท รถยนต์เชื่อว่าเป็น คำตอบที่แท้จริงของพลังงานสะอาดแห่งอนาคต แต่มีข้อ จำกัด ในการผลิตไฮโดรเจน และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานจริง
ทำความรู้จักรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PLUG-IN HYBRID)

Get to know plug-in hybrid cars (PLUG-IN HYBRID) Electric vehicle type and basic working principle? The new version makes many of you wondering. In the performance of plug-in hybrid systems, including electric vehicles That there are any systems And how do each system work like and different? Today, Vavoline will bring you to know each other.

  1. Hybrid (Hybrid Electric Vehicle: HEV)
    consists of a piston internal combustion engine. Etc. The main driving force is through the use of fuel oil in conjunction with an electric motor
  2. Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV)
    is a hybrid drive system developed from a hybrid system. Needs sharing Between a conventional hybrid vehicle (HEV) and a 100% electric drive (BEV) can be powered from an external (plug-in) charging station, allowing the vehicle to be simultaneously powered from two different distance sources. And increase the speed from electricity directly
  3. Electric vehicle battery (BEV)
    The electric motor is used to deliver power to the vehicle, it is powered by batteries only. There is no engine involved, so the driving distance will depend on the design. Battery size and type including load
  4. Electric vehicle fuel cell (FCEV)
    It is an electric vehicle with a fuel cell capable of generating electricity directly from hydrogen (H2). Fuel cells have a higher specific energy capacity than current batteries, making FCEV a technology that automobile

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนมีรถ เพราะเมื่อถึงระยะทาง 5,000 – 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน เราจะต้องมีนัดเจอช่างเพื่อเอารถเข้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ แต่เรื่องที่ไม่ปกติก็คือเวลาช่างมาถามว่า “เอาความหนืดเท่าไรดี” คำถามง่ายๆ นี้อาจทำเอาหลายคนยืนงงในดงกล้วยไปเลย เพราะไม่รู้จะถามใครต่อดี

รู้จักค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง

ถ้าสังเกตดีๆ ที่ข้างกระป๋องน้ำมันเครื่องไม่ว่ายี่ห้อไหนหรือเกรดไหน จะมีตัวเลขแสดงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องระบุชัดเจน โดยตัวเลขนี้คือค่ามาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ หรือ Society of Automotive Engineers (SAE) ที่แสดงถึงค่าความหนืดหรือความข้นใสของน้ำมันเครื่อง โดยกำหนดเป็นชุดตัวเลขระบุรายละเอียดที่อุณหภูมิสูงและต่ำ เช่น 5W-30, 10W-40, 15W-40 เป็นต้น

อ่านค่าความหนืดน้ำมันเครื่องอย่างไร

น้ำมันเครื่องที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะระบุค่าความหนืดน้ำมันเครื่องเป็นแบบเกรดรวม หรือ multigrade คือจะระบุค่าความหนืดด้วยกัน 2 ค่า ตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่อง Dynamic Semi Synthetic จาก PTT Lubricants กระป๋องนี้ มีค่าความหนืดอยู่ที่ 15W-40 จากนั้นให้แยกตัวเลขออกป็น 2 ชุดคือ 15W และ 40

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ตัวเลขชุดหน้า “15W” ถ้าสังเกตดีๆ จะมีตัวอักษร W ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Winter” เป็นชุดตัวเลขที่ใช้กำหนดค่าอุณหภูมิในเขตเมืองหนาว หรือในกรณีที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ส่วนตัวเลข 15 ก็คือค่าความต้านทานการเป็นไขนั่นเอง ซึ่งในบ้านเราที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 19-38 องศาเซลเซียส ดังนั้นเราจึงไม่ต้องสนใจเลขชุดหน้ามาก แต่ถ้าหากเป็นเมืองนอกที่มีอากาศหนาวไปจนขั้นติดลบ ตัวเลขชุดนี้จะมีความสำคัญมากๆ เลยเชียว

ส่วนตัวเลขชุดหลัง คือ “40” ซึ่งแทนค่าความหนืดออกมาเป็นตัวเลข เช่น 60, 50, 40, 30, 20 หรือ 10 โดยค่าตัวเลขยิ่งมากก็จะยิ่งมีความหนืดมาก ตัวเลขนี้จะทำงานเมื่อเครื่องยนต์ร้อนจัดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส น้ำมันเครื่องจะมีค่าความหนืดในการมีประสิทธิภาพปกป้องเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 40  อย่างไรก็ตามรถยนต์ที่ใช้งานมาเกิน 100,000 กิโลเมตร บรรทุกหนัก หรือใช้ความเร็วสูงบ่อยๆ ควรเพิ่มค่าความหนืดให้มากขึ้นกว่าตามที่คู่มือระบุจาก 40 เป็น 50 เป็นต้น

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องที่ควรรู้

ค่าความหนืดสำคัญอย่างไร

เหตุผลง่ายๆคือความหนืดมีผลโดยตรงกับเครื่องยนต์ ลองนึกดูเมื่อเราสตาร์ทรถในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่หากเราเลือกใช้น้ำมันที่มีความหนืดเกินไป น้ำมันเครื่องจะไหลเข้าสู่ระบบหล่อลื่นไม่เหมาะสม ในทางกลับกันถ้าเราเลือกความหนืดที่เหลวเกินไปในช่วงที่มีความร้อนสูงน้ำมันเครื่องจะไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการซีดจางของเครื่องยนต์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์การเร่งความเร็วและการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นการเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องจะต้องสอดคล้องกับอุณหภูมิโดยรอบ และลักษณะการใช้รถของเราด้วย

Knowledge of engine oils that you should know It is normal for people with cars. Because when reaching a distance of 5,000 – 10,000 kilometers or 6 months, we have to have an appointment to see a mechanic to change the engine oil according to the distance. But what is not normal is when a technician asks if “

Known engine oil viscosity

If you look carefully On the side of the engine oil can, no matter what brand or grade There will be a number showing the viscosity of the engine oil clearly identified. This number is the engine oil standard of the S

How to read engine oil viscosity?

All commercially available engine oils indicate the viscosity of the engine oil as a multigrade. Or multigrade, which is to specify two viscosity values, for example, Dynamic Semi Synthetic engine oil from PTT Lubricants

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

MINI Cooper SE รถพลังงานไฟฟ้า

MINI Cooper SE รถพลังงานไฟฟ้า เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ กับ MINI Cooper SE มินิพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ที่ มินิ ประเทศไทย

นำเข้ามาทำตลาดอย่างรวดเร็วหลังจากที่ต่างประเทศเปิดตัวไปไม่นาน โดยเปิดราคาเร้าใจ 2.29 ล้านบาท (รวม MSI Standard) พร้อมเปิดเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 100,000km

MINI Cooper SE รถพลังงานไฟฟ้า

MINI Thailand เปิดตัว MINI Electric รถยนต์ไฟฟ้า MINI 100% รุ่นแรก MINI Cooper SE มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวมาพร้อมกับตัวถัง F56 ที่ให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นทั้งหมด

ด้วยราคา 2,290,000 บาทและจะเปิดขายวันแรก 14 ก. พ. นี้ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นมีโควต้าจำหน่ายในปีนี้มีจำนวน จำกัด

การชาร์จ Mini Cooper SE สามารถเป็นได้ทั้ง AC AC พร้อม Wall Charge มาตรฐานที่ติดตามบ้านหรือตู้ชาร์จสาธารณะทั่วไป หากใช้เครื่องชาร์จที่มีกำลังไฟ 11kW

จะสามารถชาร์จได้ตั้งแต่ 0-80% ในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งและเต็ม 100% ใน 3 ชั่วโมงครึ่ง

MINI Cooper SE electric car is officially launched with MINI Cooper SE, the first 100% electric mini model introduced

by MINI Thailand to market shortly after being launched abroad. By opening an exciting price of 2.29 million baht (including MSI Standard) with an 8-year battery warranty or 100,000km

MINI Thailand introduces the MINI Electric, the first 100% MINI electric car, the MINI Cooper SE is available only in one model, comes with the

F56 bodywork that provides all the necessary amenities for a price of 2,290,000 baht and will go on sale on the first day. Feb. 14, only through online channels, there is a limited number of quota available this year.

The MINI Cooper SE is a 100% electric mini based on a 3-door bodywork (F56), with a drivetrain replacement from the combustion engine model.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

พ่วงแบตอย่างไรให้ถูกวิธี

พ่วงแบตอย่างไรให้ถูกวิธี และปลอดภัยปัญหาของแบตเตอรี่รถยนต์สามารถเกิดขึ้นได้กับรถยนต์ทุกคันเมื่อแบตเตอรี่รถยนต์หมดจะทำให้เครื่องยนต์ดับและไม่สามารถสตาร์ทได้ และหากรถสตาร์ทไม่ติดแบตหมดเราจะมีวิธีแก้ไขให้รถกลับมาใช้งานได้

พ่วงแบตอย่างไรให้ถูกวิธี

วิธีพ่วงแบตรถยนต์อย่างถูกวิธี

  1. ปิดสวิตซ์และอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟส่งผลให้รถของคุณนั้นระเบิดได้
  2. นำรถคันที่มีแบตเตอรี่ปกติมาจอดใกล้ ๆ เพื่อต่อสายพ่วงแบตเตอรี่
  3. เตรียมสายพ่วงแบตรถยนต์ โดยนำสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวก สายสีแดง ไปต่อกับแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถยนต์  จากนั้นนำสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบ สายสีดำ มาต่อกับแบตเตอรี่ขั้วลบของรถยนต์ที่มาช่วย
  4. ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่มาช่วยทิ้งไว้เป็นเวลา 2-3 นาที และเร่งเครื่องเล็กน้อย เพื่อเป็นการให้แบตเตอรี่มีการไหลเวียนประจุไฟฟ้า
  5. สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตหมดตามปกติ เมื่อติดแล้วให้เร่งเครื่องประมาณ 2,000-3,000 รอบต่อนาที เพื่อปั่นกระแสไฟให้มากขึ้น ทำเช่นนี้ประมาณ 1 นาที แล้วจึงถอดสายแบต
  6. ทำการถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ออก โดยเริ่มจาดถอดสายขั้วลบ (สีดำ) ของคันที่แบตเตอรี่หมดก่อน แล้วค่อยถอดสายขั้วลบของคันที่มาช่วย จากนั้นให้ถอดสายขั้วบวก (สีแดง) ของรถคันที่มาช่วยก่อน แล้วจึงค่อยถอดสายขั้วบวกของคันที่น้ำมันหมด เป็นอันเสร็จการพ่วงแบต

สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมด

  1. ไฟหน้าหรือไฟในห้องโดยสารถูกเปิดทิ้งไว้
  2. แบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือไร้ประสิทธิภาพในการใช้งาน
  3. การรั่วไหลในระบบไฟฟ้า
  4. การเชื่อมต่อแบตเตอรี่หลวมหรือเป็นสนิม
  5. สภาพอากาศที่หนาวจัดหรือร้อนจัด
  6. ไดโอดทำงานผิดพลาด 

How to connect a car battery correctly

  1. Turn off all electrical switches and equipment in the car. To prevent sparks, your vehicle can explode.
  2. Park a car with normal batteries nearby to connect the battery harness.
  3. Prepare a tow cable. Car By bringing the red wire to the battery positive pole of the car. Then connect the black lead battery cable to the negative battery of the vehicle.
  4. Start the engine that came to help, leave it for 2-3 minutes and accelerate a little. In order to allow the battery to circulate electrically,
  5. Start the engine of a car that is fully charged. When stuck, accelerate about 2,000-3,000 rpm to spin more electricity. Do this for about 1 minute and then disconnect the battery.
  6. Remove the battery extension cable. By starting to disconnect the negative cable (black) of the car that the battery is dead first. And then disconnect the negative cable of the car that came to help Then disconnect the positive (red) cable of the vehicle that came to help first. And then gradually disconnect the positive wire of the rod that has run out of oil The battery trailer is finished.

The cause of the vehicle battery is depleted

  1. Headlights or cab lights left open
  2. Battery worn out or inefficient to operate
  3. Electrical leakage
  4. The battery connection is loose or rust.
  5. Extremely cold or hot weather.
  6. Diode malfunction.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / UFABET8282

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / UFABET8282

ตรวจสภาพรถกับ ตรอ.

ตรวจสภาพรถกับ ตรอ. ข้อควรรู้เมื่อต้องนำรถไปตรวจสภาพกับ ตรอ. จริงๆแล้ว การตรวจตรอ. ก็เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปีของเรานั่นเอง รถยนต์ถูกขัยขี่ใช้หนักมาตลอด นานๆเข้าก็ต้องเช็คกันบ้างเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง แต่มือใหม่หัดขับทุกท่าน เคยสงสัยกันไหมว่า ตรอ. คืออะไร ? แล้วตรวจสภาพรถยนต์กับ ตรอ. ต้องทำอย่างไรบ้าง Slot

ตรอ. คืออะไร? ย่อมาจากศูนย์ตรวจสภาพรถเอกชนซึ่งเป็นศูนย์ตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้ดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนการต่ออายุทะเบียนประจำปี Slot อย่างไรก็ตามรถที่ต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อทะเบียนต้องมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปีไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ Slot

ตรวจ ตรอ. ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

  • สมุดทะเบียนรถ (มอไซค์เล่มสีเขียว/รถยนต์เล่มน้ำเงิน) Slot
  • ยานพาหนะที่ต้องการนำมาตรวจสภาพรถ
  • เจ้าของรถ Slot
  • เงินสำหรับจ่ายค่าตรวจ

ตรอ. ตรวจอะไรบ้าง ?

  1. ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลของรถ เช่น แผ่นป้ายทะเบียนรถ ลักษณะรถ หมายเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ เป็นต้น
  2. ตรวจสภาพตัวถัง สี อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย อุปกรณ์ไฟฟ้า พวงมาลัย ที่ปัดน้ำฝน ว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่
  3. ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบเชื้อเพลิง ว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่
  4. ทดสอบประสิทธิภาพการเบรก โดยตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  5. ตรวจสอบวัดโคมไฟหน้า ทิศทางเบี่ยงเบนของลำแสง และตรวจวัดค่าความเข้มของแสง
  6. ตรวจวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
  7. รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ต้องตรวจควันดำ โดยระบบกระดาษกรองต้องไม่เกินร้อยละ 50 และระบบวัดความทึบแสงต้องไม่เกินร้อยละ 45 Slot
  8. การตรวจวัดเสียง ต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล  Slot
ตรวจสภาพรถกับ ตรอ

Check the car condition with the waiting area. Things to know when having to take the car to have a car inspection with the waiting area. Actually, the waiting area is like our annual health check. The car was used to ride hard all along. Sometimes we need to check for our own safety. But all beginners learn to drive Have you ever wondered what the STRO is? And check the car condition with the Royal Thai Police, what should I do? Slot

Troop what is it? Abbreviated from the Private Vehicle Inspection Center, which is a vehicle condition examination center authorized by the Department of Land Transport to perform a vehicle inspection before the annual registration renewal. However, vehicles requiring vehicle inspection prior to registration must have a service life of more than 7 years, be it a car or a motorcycle. Slot

Check the square. What do I need to prepare? ?

Vehicle registration book (Green book / Blue book) Slot

Vehicle that you want to inspect the vehicle Slot

Owner of the carSlot

Money to pay for the inspection Slot

Sq. What to check?

  1. Check the correctness of the vehicle information such as license plate, car style, car body number, engine number. Etc. Slot
  2. Check the body color, safety equipment, electrical equipment, steering wheel, wipers to see if they are still in normal use. Slot
  3. Check the steering system. Weight support system, brake system, fuel system. That it still works normally or not Slot
  4. Test braking performance By checking every piece of equipment that is in good condition or not. Slot
  5. Check measurement of headlamps. Beam deflection direction
  6. Measurement of carbon monoxide (CO) and hydrocarbon (HC) gas of passenger cars up to 7 seats Slot
  7. Diesel engine cars. Black smoke must be checked The filter paper system must not exceed 50 percent and the opacity measurement system must not exceed percent. 45
  8. Sound measurement must not exceed 100 decibels. Slot

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / Slot

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / Slot

แอร์รถไม่เย็น เกิดจากหลายสาเหตุ

แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง ..มาจากสาเหตุ? Slot

มีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้ แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง หรือเย็นเฉพาะตอนรถวิ่งหรือตอนเฉพาะช่วงกลางคืน

แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง มาจากหลายสาเหตุคือ Slot

1.น้ำยาแอร์ขาดหรือหมด
เกิดได้จากใช้งานมานานทำให้น้ำยาแอร์ขาด ทำให้แอร์รถไม่ค่อยเย็น หรือเกิดการรั่วซึ่มของน้ำยาแอร์ในระบบทำให้น้ำยาแอร์หมด จะทำให้แอร์รถในห้องโดยสารเย็นน้อยหรือไม่เย็นเลย จะมีแต่ลมออกมาจากช่องแอร์

2. ตู้แอร์ สายท่อแอร์ หรือข้อต่อต่างๆเกิดรอยรั่วซึม
จะทำให้ค่าแรงดันของน้ำยาแอร์ตก เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้แอร์ไม่เย็น ตรวจเองได้โดยใช้น้ำสบู่หรือผสมแชมพู ตีให้เป็นฟองแล้วนำไปทาตามต่อต่างๆ ของระบบแอร์ ถ้าเห็นฟองอากาศลอยตัวขึ้นมานั้น แสดงว่ามีการรั่วซึมตามรอยต่อนั้น ให้ทำการขันให้แน่ ในกรณีตู้คอยล์เย็น,แผงคอยล์หรือท่อแอร์รั่วซึมควรให้ช่างร้านซ่อมแอร์จัดการซ่อมให้

3. ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อน ไม่ดี Slot
ทำให้แอร์รถไม่ค่อยเย็น เย็นตอนรถวิ่งหรือช่วงกลางคืนเกิดจากพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อน ไม่ทำงานมีกำลังน้อยหรือแผงคอยล์ร้อนสกปรกอุดตัน ทำให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูงเนื่องจากระบายความร้อนไม่ดี ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ ตรวจเช็คได้ เปิดฝากระโปรงรถ ติดเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์ เมื่อมีการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ดูพัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนทำงานไหม หรือหมุนช้ามีเสียงดัง

หากมีปัญหาต้องเปลี่ยนพัดลมใหม่ ถ้าแผงคอยล์ร้อนสกปรกก็ทำความสะอาดเสีย จะทำให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้น ทำให้ระบบแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Slot

4. ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด
ในกรณีที่ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย ทำให้แรงดังของน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นได้ สามารถสังเกตได้จากเมื่อติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง (พัดลมระบายความร้อน แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ ระบบท่อน้ำยาแอร์ไม่รั่ว) แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็น นั่นแสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทางแก้ไขปัญหาคือ ให้เปลี่ยนลูกสูบใหม่หรือมือสอง(ไม่นิยมซ่อมเพราะราคาซ่อมพอๆกับการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่) ควรหาร้านที่น่าเชื่อถือที่สุด

5. ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพ Slot
ในกรณีที่วาล์ว และดรายเออร์อุดตันทำให้แรงดันน้ำยาแอร์ที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้าคอยล์เย็นไม่สะดวก ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ภายในห้องโดยสารเย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นได้ ตรวจเช็คได้โดยการติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ (ต้องไม่มีการรั่วของระบบแอร์ คอมเพรสเซอร์สมบูรณ์ พัดลมระบายอากาศทำงานปกติ) แอร์มีระดับความเย็นไม่มากและมีเสียงดังอยู่ใกล้ตู้แอร์ หรือแอร์ไม่เย็นเลย แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์มีความเย็นนั่นแสดงว่า ชุดวาล์วและดรายเออร์เกิดการอุดตันแล้ว

การแก้ไขปัญหา โดยถอดเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ (ชุดวาล์วและดรายเออร์ควรที่จะเปลี่ยนพร้อมกัน เพราะดรายเออร์จะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันนั่นแสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้ว)

6. คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท(คลัตช์ลื่น)
ปัญหาของคลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท(คลัตช์ลื่น) นั่นเกิดจากกระแสไฟที่ส่งเข้ามายังคลัตช์แม่เหล็กมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์คอมเพรสเซอร์ติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือสามารถติดได้แต่ไม่แน่น เกิดการฟรีในบางจังหวะ เมื่อคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการจับมูเลย์บ้างไม่จับบ้าง ก็เป็นสาเหตุให้คอมเพรสเซอร์ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง จึงทำให้แอร์เย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลย ในการแก้ไขปัญหาสามารถดูได้ 3 จุด

ระบบสายไฟที่ส่งมายังคลัตช์คอมเพรสเซอร์บกพร่อง Slot
ชุดสวิตช์ระดับเซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น (Themostat) มีการเสื่อมสภาพ
ทำการปรับแต่งหน้าคลัตช์ให้เรียบเสมอ และตั้งระยะคลัตช์ใหม่ จะมีค่าใช้จ่ายสูง
7. สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป
การที่สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์หย่อนมากเกินไป ทำให้ในเวลาที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำัลังจากเครื่องยนต์ เพื่อฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนนั้นเกิดการฟรี ไม่สามารถที่จะฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนได้ สามารถสังเกตได้ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะเกิดเสียงดังและแอร์ภายในรถยนต์จะไม่ค่อยเย็น การแก้ไขปัญหาคือการปรับระดับสายพานให้ตึงขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกหรือฉีกขาดควรเปลี่ยนเส้นใหม่ทันที

8. การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท
การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท หรือใช้น้ำยาแอร์ปลอมปนนั้น จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลงได้ จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์แตกต่างกันไป ขึ้นกับลักษณะของการปลอมปน โดยหลักๆได้แก่

ทำให้ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ในระบบแอร์รถยนต์ ไม่สามารถทนแรงดันซึ่งสูงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตออกแบบไว้ เกิดความเสียหายหรือระเบิดขึ้น เมื่อความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้คลัตช์ของคอมเพรสเซอร์มีความร้อนสูงและเสียหายได้
ทำให้การทำงานของคอยล์เย็น และเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วผิดปกติ ส่งผลให้แอร์ในรถไม่เย็นความเสียหายต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่อปกรณ์ต่างๆ จะค่อยๆเสียหายและหมดอายุการใช้งานก่อนกำหนด เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

แอร์รถไม่เย็น เกิดจากหลายสาเหตุ

แอร์รถเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง

1. Air conditioner lacks or runs out.
Caused from long-term use, causing a lack of refrigerant Makes the car air conditioner not cool Or a leak of the air conditioner in the system causes the refrigerant to run out Will make the car air conditioner in the cabin less cold or not at all cool There will only be air coming out of the air conditioner.Slot

2. Air box, air conditioner hose, or any other joints are leaked. Is one of the reasons that the air conditioner is not cold You can check yourself using soapy water or a mixture of shampoo. Beat it into a lather and apply it to the air conditioning system. If air bubbles appear to riseSlot

4. The piston inside the compressor is loose. No compression.
In the event that the piston is loose. The pressure level of the refrigerant coming out of the compressor is less. Causing the loudness of the air conditioner sprayed into the cooling coil is small Not enough Slot

5. Valve and dryer block clogged. Or deterioration of quality
in the event that the valve And the dryer is clogged, causing the pressure of the refrigerant from the compressor to flow through the indoor unit is inconvenient. Causing the injectable air conditioner is not enough

6. The compressor clutch is not completely grasping (slippery clutch)
The problem of the compressor clutch is not completely grasping (slippery clutch) that is caused by the low amount of electrical current entering the magnetic clutch. Not enough to get the clutch compressor Slot

8. Using the wrong refrigerant
Using the wrong refrigerant Or use the adulterated air conditioner Will cause damage to the vehicle air conditioning system Which will result in reduced cooling efficiency Will cause damage to the car air conditioning system varies. Depending on the nature of the adulteration Mainly:I

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / Slot

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / Slot

การเปลี่ยนยางอะไหล่

การเปลี่ยนยางอะไหล่ แม้ผู้ใช้รถหลายคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงอาจจะบอกว่าการเปลี่ยนล้ออะไหล่ดูเป็นเรื่องที่ลำบากและไม่คิดจะทำ แต่บทความนี้ผมอยากจะแนะนำวิธีการเปลี่ยนยางรถ ว่าทำได้ไม่อยากอย่างที่คิด เผื่อฉุกเฉินและมีความจำเป็นที่จะต้องลงมือเองจริงๆ เช่น รถยางรั่วในเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยวหรือห่างไกลชุมชน ก็ทำการเปลี่ยนล้อรถได้เองเลย สล็อต

นอกจากการตรวจสอบเครื่องมือที่จำเป็นในการเปลี่ยนล้อแล้วคุณต้องตรวจสอบยางอะไหล่ด้วย ยางอะไหล่เก็บไว้ที่ไหนและจัดเก็บอย่างไร? เมื่อต้องนำออกมาใช้ก็สามารถนำออกได้ หรือว่ามีน็อตยึดกับตัวยึดยางอะไหล่. ตามหลักการแล้วให้ลองคลายเกลียวสลักเกลียวเพื่อดูว่าสามารถถอดออกได้ง่ายหรือไม่ เวลาที่ต้องใช้มันจะไม่รีบร้อน และที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบลมยางของล้ออะไหล่ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานการถอดยางอะไหล่ออกมาปรากฏว่าล้ออะไหล่อ่อนตัว สล็อต

สำหรับการใช้งานเมื่อรถถูกเจาะในขณะที่รถจอดอยู่ให้ตรวจสอบว่าพื้นที่จอดรถอยู่ในระดับหรือไม่แม้ว่าจะไม่ใช่ก็ตามคุณอาจต้องเคลื่อนรถเล็กน้อยไปยังพื้นที่ราบและไม่ลาดเอียง เอียงหากยางรั่วขณะขับรถสังเกตได้จากเสียงของยางที่สัมผัสกับถนนจะดังผิดปกติมันจะเป็นเสียงไม่เต็มเต็ง วางรถชิดริมถนนในที่ปลอดภัยและจอดในพื้นที่ราบไม่ลาดเอียงเช่นกัน แล้วลงไปตรวจสอบว่าล้อไหนรั่วและถ้าเป็นการเปลี่ยนยางริมถนนควรนำป้ายหรือหาสิ่งของปิดท้ายห่างจากรถ 20-30 เมตรเพื่อเป็นจุดสังเกตุ จากนั้นนำแม่แรงและอุปกรณ์ที่จำเป็นออกและพร้อมใช้งาน สล็อต

  เมื่อรู้แล้วว่ายางของล้อใดที่รั่วพร้อมทั้งนำรถจอดอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว มาเริ่มเปลี่ยนยางอะไหล่กันเลย

1.สอดแม่แรงเข้าไปใต้ท้องรถ โดยมองหาจุดที่สามารถรับน้ำหนักเพื่อการยกรถได้ โดยเริ่มแรกเพียงแค่วางแม่แรงให้อยู่ในตำแหน่งเท่านั้น ยังไม่ต้องยกรถให้ล้อลอยขึ้นจากพื้น สล็อต

2.นำบล็อกถอดน็อตล้อไปคลายน็อตล้อทุกตัวก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะต้องออกแรงสักหน่อย การขันน็อตออกต้องหมุนบล็อกถอดน็อตล้อทวนเข็มนาฬิกา เวลาที่ใส่ก็ให้หมุนตามเข็มนาฬิกา

3.เมื่อคลายน็อตล้อได้แล้ว ยังไม่ต้องนำน็อตล้อออก ให้ขึ้นแม่แรง ยกล้อให้ลอยขึ้นเหนือพื้นก่อน โดยยกให้ล้อลอยเหนือพื้นเล็กน้อย จากนั้นค่อยถอดน็อตล้อออกทั้งหมด แล้วนำล้อที่ยางรั่วออก และนำยางอะไหล่ใส่เข้าไปแทน
จากนั้นขันน็อตกลับเข้าไปโดยใช้มือขันให้น็อตเข้าไปสุดเกลียวพอตึงมือก่อน

4.ลดแม่แรงลงจนล้อลดระดับลงมาติดพื้น นำแม่แรงออก แล้วนำบล็อกถอดน็ตล้อขันน็อตอีกครั้งให้แน่น แรงในการขันน็อตของแต่ละคนไม่เท่ากัน พยายามขันให้แน่นที่สุด สล็อต

การเปลี่ยนยางอะไหล่

Even motorists, especially women, might say that replacing a spare wheel is a difficult and impractical task. But this article, I would like to introduce how to change tires. That I can do it, I do not want as you think In case of an emergency and there is a real need to take action, such as a car with a puncture on a relatively isolated path or a remote community. Can change the wheels by yourself Slot

In addition to checking the tools needed to replace your wheels, you must also inspect the spare tire. Where are spare tires stored and how are they stored? When it needs to be put out, it can be removed. Or that there is a nut that attaches to the spare tire holder. In principle, try unscrewing the bolts to see if they can be easily removed. The time required to use it is not in a hurry. And most importantly, do not forget to check the tire pressure of the spare wheel. Not enough for use Removing the spare tire, it appears that the spare wheel is weak Slot

will be a potty sound. Place the car close to the road in a safe place and park in a flat, non-sloping area as well. Then go down to check if the wheels are leaking and if it is a roadside tire change, you should bring a sign or find something closed at 20-30 meters away from the car to be an observation point. The necessary jacks and equipment are then removed and ready to use. Slots

When you know which tire of the tire is leaking and park the car in a suitable area Let’s start replacing spare tires.

1. Insert the jack under the car. By looking for a point that can support the weight for lifting the car At first, just place the jack in place. Still do not have to lift the car so that the wheels fly off the ground. Slot

2. Take the wheel nut removal block to loosen all wheel nuts first. Which may require a bit of exertion at this stage To tighten the nut, the block must be turned, remove the wheel nut counterclockwise. When inserting it, turn it clockwise.

3. When the wheel nut is loosened. Do not have to take out the wheel nut. Give up jack Raise the wheel to rise above the ground first. By raising the wheels slightly above the ground Then carefully remove all wheel bolts. And take out the tire that has leaked And insert the spare tire instead.
Then screw the nut back in by hand tightening the nut to the end of the thread.

4. Lower the jack until the wheel is lowered to the ground, remove the jack and remove the wheel nut block, tighten the nut again. Each person’s nut tightening force is not the same. Try to tighten as tight as possible. Slot

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / Slot

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<< / Slot

รถยนต์คันแรกของโลก เป็นยังไงมาดูกัน

เคยสงสัยไหมว่า รถยนต์คันแรกของโลก หน้าตาเป็นอย่างไร? ในปัจจุบันแทบไม่มีใครคิดถึงช่วงเวลาที่เราเคยใช้รถม้าลากเป็นยานพาหนะหลักแล้ว เดี๋ยวนี้ แค่คุณหยิบกุญแจรถ แล้วก็กระโดดขึ้นขับได้เลย สะดวกสบาย ไม่ต้องไปจูงม้าออกจากคอก แล้วเอาไปผูกติดกับห้องโดยสาร ถึงจะออกเดินทางได้ gclub

รถยนต์คันแรกของโลก ก็ดัดแปลงรูปลักษณ์มาจากรถลากด้วยม้านั่นแหละครับ แต่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน โดยรถยนต์คันแรกจดสิทธิบัตรในปี 1885 โดยวิศวกรนักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน คาร์ล เบ็นซ์ ที่ภายหลังได้กลายมาเป็นค่ายรถยนต์ Mercedes Benz ที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังไปทั่วโลก ที่ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่อยากเป็นเจ้าของรถเบ็นซ์ แต่รู้ไหมว่า เมื่อตอนที่รถเบ็นซ์คันแรกของโลกออกสู่ท้องถนน ทำให้คนหลายคนเกิดความกลัวจนผวาไปเลยgclub

ต้องอย่าลืมว่าในปีค.ศ. 1885 ยานพาหนะทุกคันเคลื่อนที่ด้วยม้า ดังนั้นเมื่ออยู่ดีๆ มีรถที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวมันเอง คนย่อมรู้สึกตื่นกลัวเป็นธรรมดา เนื่องจากไม่ใช่ภาพที่คนเคยชิน จนมีคนต้องนำหัวม้าปลอมมาติดตั้งด้านหน้ารถเพื่อคลายความตื่นตระหนัก gclub

รถยนต์คันแรกของโลก
The 1886 Benz Patent-Motorwagen รุ่นจำลอง 

จากภาพที่คุณเห็นด้านบนจะเห็นได้ชัดว่า รถยนต์คันแรกของโลก นั้นยังมีลักษณะเหมือนห้องโดยสารที่gclubเคลื่อนที่ด้วยม้าที่เห็นกันในหนังย้อนยุค แต่แทนที่จะเคลื่อนตัวด้วยม้า คาร์ล เบ็นซ์ ติดตั้งเครื่องยนต์เข้าไปแทนที่ ทำให้น้ำหนักของรถยนต์คันแรกของโลก อยู่ที่ประมาน 100 กก. และสามารถรับผู้โดยสารได้เพียงสองคน แต่อย่างไรก็ดี นี่เป็นยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพและเดินทางได้เร็วที่สุดในยุคสมัยนั้น โดยคงความเร็วอยู่ที่ 15 กม./ชั่วโมง เมื่อวิ่งด้วยกำลังสูงสุด ด้วยกำลัง 0.75 แรงม้า และเครื่องยนต์ 1 สูบ

เมื่อเวลาผ่านไป คนก็เริ่มคุ้นเคยกับหน้าตาของรถยนต์ และเริ่มมีการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ Stephens Roadster (BMW) ไปจนถึง Ford model T ก็ทยอยตามหลังกันมาติดๆ  gclub

รถยนต์คันแรกของโลก

รถปี 1885 Benz Motorwagen ที่พิพิธภัณฑ์ Mercedes Benz เมือง Stuttgart ประเทศเยอรมัน คุณ gclub สามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Mercedes Benz เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์รถเบ็นซ์ และชมรถเบ็นซ์ทุกรุ่นได้ในที่เดียว   

จากรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง 0.75 แรงม้า จนวันนี้ได้พัฒนามาเป็นรถยนต์ทั่วไปที่เราขับอยู่ในปัจจุบัน พลัง170 – 190 แรงม้า ทำให้คุณไม่ต้องทนกับการเดินทางที่น่าเหนื่อยหน่ายแบบเดียวกับคนในศตวรรษที่ 18 แต่ไม่ว่าคุณจะเดินทางด้วยความเร็วเท่าไรก็ตาม อุบัติเหตุร้ายแรงก็เกิดขึ้นได้ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นธุรกิจประกันภัยรถยนต์ก็ได้เข้ามามีบทบาทในการขับขี่และมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898

Ever wondered what the world’s first car looks like? Nowadays, hardly anyone thinks about the time when we used the horse-drawn wagon as the main vehicle now, just pick up the keys. And then you can jump on and drive comfortably without having to lead the horse out of the stable. Then tied to the cabin Until you can depart.

The first car in the world. Also modified the appearance from a horse-drawn carriage But powered by oil The first car was patented in 1885 by German inventor Karl Benz, who later became the great and world famous Mercedes Benz. Nowadays, no one doesn’t want to own a Benz, but do you know that when the world’s first Benz hit the road? This frightened many people. gclub

cabin seen in retro movies. But instead of moving on a horse, Carl Benz installed an engine instead. Making the weight of the world’s first car It is approximately 100 kg and can only accept two passengers. But however This was the most efficient and fastest vehicle of the time. It maintains a speed of 15 km / h when running at maximum power with 0.75 horsepower and 1 cylinder engine.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google / gclub

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

รถดับ สตาทไม่ติด

รถดับ สตาทไม่ติด คงเป็นเรื่องที่หงุดหงิดปวดขมับไม่น้อยหากว่าเช้านี้คุณมีภารกิจจำเป็น ต้องรีบบึ่งรถคู่ใจไปยังที่ทำงานให้ทันเวลา แต่ทว่ารถเจ้ากรรมดันทำผิดสตาร์ทไม่ติดเอาเสียได้ งานนี้คงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยทิ้งรถไว้บ้านและใช้บริการแท็กซี่คงจะสะดวกที่สุด แต่ทว่าเมื่อกลับมาคงต้องมาปลุกปล้ำกันอีกทีเพื่อหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้รถคุณสตาร์ทไม่ติด แน่นอนหลายคนคงจะตั้งป้อมให้กับปัญหานี้ไปที่เจ้าแบตเตอรี่ตัวดีแน่ๆ แต่ทว่าถ้าแบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนไปหมาดๆ ล่ะ แล้วสาเหตุจะเกิดจากอะไรได้บ้าง วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ มาแนะนำคุณผู้อ่านกัน

หลังจากแน่ใจว่าแบตเตอรี่ก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่ ขั้วแบตเตอรี่ไม่มีปัญหา แต่ทว่ารถสตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิมอยู่ดี ก็ให้ลองกดแตรรถดูและฟังเสียงว่าดังเป็นปกติหรือไม่ หากฟังดูแล้วเสียงแตรเบากว่าปกติ ก็จะชี้ชัดปัญหาลงไปได้ว่าเกิดจากแบตเตอรี่อ่อนไฟไม่พอ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากคุณอาจเผลอเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ วิธีแก้ไขเบื้องต้นให้ลองพ่วงแบตเตอรี่แล้วลองสตาร์ท ซึ่งหากเป็นเกียร์ธรรมดาก็ต้องขอแรงคนรอบข้างช่วยเข็นและสตาร์ทดู หากสตาร์ทติดแล้ว ก็อย่าดีใจรีบดับเครื่อง ให้ขับรถไปเรื่อยๆ สักพัก เพื่อให้แบตเตอรี่ได้ชาร์จไฟเพื่อใช้สตาร์ทครั้งต่อไปด้วยครับ

มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม หากรถยนต์ของคุณเกิดอาการดับสนิท สตาร์ทไม่ติดเลย แม้ว่าจะลองพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วก็ยังสตาร์ทไม่ติด ให้ลองเช็คที่แผงหน้าปัดไฟดู หากหน้าปัดไฟติด แต่สตาร์ทรถไม่ได้หรือมีเสียงแชะๆ ก็อนุมานได้เลยว่า มอเตอร์สตาร์ทอาจมีปัญหา ซึ่งก็มีอยู่หลาย ๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ฟิวส์มอเตอร์สตาร์ทขาด, สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์อาจชำรุด หรือแปรงถ่านที่อยู่ในมอเตอร์สตาร์ทหมด กรณีนี้ขอแนะนำให้แจ้งอู่ซ่อมรถที่คุณใช้บริการเป็นประจำมาตรวจเช็คจะดีกว่าครับ

ไดชาร์จเสีย ซึ่งหน้าที่หลักคือปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และหากรถคุณดันแจ็คพ็อตเจอกับปัญหาถ้าไดชาร์จเสียเข้าพอดี ก็จะไม่สามารถปั่นไฟเพื่อเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้ เมื่อแบตเตอรี่ไม่มีไฟก็ส่งผลทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด สำหรับวิธีการเช็คว่าไดชาร์จเสียหรือไม่ ก็สามารถทำได้ด้วยการติดเครื่องยนต์ (พ่วงแบตเตอรี่) แล้วถอดขั้วแบตฯ ออก หากเครื่องยนต์ดับแสดงว่าไดชาร์จลาโลกแน่นอน แต่ถ้าถอดขั้วแบตเตอรี่แล้ว เครื่องยนต์ยังคงทำงานปกติ แสดงว่าไดชาร์จยังปกติครับ

รถดับ สตาทไม่ติด

รถดับ สตาทไม่ติด

It would be frustrating and aching in your temples if you had a mission this morning. Need to hurry and direct his car to the office in time But the damn car made a mistake, could not start This job will have to solve the immediate problems. Leaving the car at home and using a taxi would be the most convenient. But when you come back, you’ll have to wrestle again to figure out what is keeping your car from starting.

Of course, many people would have fixed this problem on the good battery. But if the battery has just been replaced with a damp cloth, what can be the cause? Today we have good information. Let’s introduce you readers.

After making sure that the battery was just replaced. Battery terminals are not a problem. But the car does not start as usual Try to press the car horn and listen to the sound that is normal or not. If that sounds, the horn is lighter than usual. It will clearly point out that the problem is caused by a low battery, not enough

power. This could be caused by you may accidentally leave the electrical equipment in your car. Basic solutions try to attach the battery and try to start. In which if it is a manual gear, then you have to ask for some effort for people around you to help push and start If it starts Don’t be happy, hurry to turn off the engine Keep driving the car for a while so that the battery can be charged to start the next time as well.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<